วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เหรียญ หลวงเตี่ยสุรเสียง ปัญญาวชิโร วัดโพธิชัยวราราม (วัดป่าเลิงจาน)

เหรียญ หลวงเตี่ยสุรเสียง ปัญญาวชิโร วัดโพธิชัยวราราม (วัดป่าเลิงจาน)
"หลวงเตี่ยสุรเสียง ปัญญาวชิโร" หรือ "พระครู สุนทรธรรมโฆษิต" เจ้าอาวาส วัดโพธิชัยวราราม (วัดป่าเลิงจาน) ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม และเจ้าคณะอำเภอกันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2483 ณ ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ใช้ชีวิตทางโลกจนอายุได้ 44 ปี จึงตัดสินใจละทางโลก เข้าสู่พิธีอุปสมบท ที่วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย โดยมีหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เป็นพระอุปัชฌาย์
เหรียญหลวงเตี่ยสุรเสียงเหตุที่ญาติโยมเรียก ขานว่าหลวงเตี่ย เนื่อง จากท่านเป็นคนไทยเชื้อสายจีน มีนามเดิมว่า สุรเสียง แซ่เตี๋ย จึงมีคนนิยมเรียกชื่อท่านรวมกับนามสกุล จนกลายเป็นหลวง เตี่ยสุรเสียง ปัจจุบันสิริอายุ 70 ปี พรรษา 26
กล่าว กันว่างานพุทธาภิเษกวัตถุมงคลสายคณะธรรมยุต ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จะต้องนิมนต์เข้าร่วมพิธีอธิษฐานจิตทุกครั้ง ทั้งนี้ หลวงเตี่ยสุรเสียงได้จัดสร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่นด้วยกัน แต่ที่ถือว่าโดดเด่น เป็นสุดยอดปรารถนาของบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่อง คือ เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ รุ่น พ.ศ.2537
เหรียญรุ่นนี้จัด สร้างขึ้นในโอกาสที่หลวงเตี่ยได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครู สัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามพระครูสุนทรธรรมโฆษิต สร้างขณะที่ท่านยังจำพรรษา อยู่วัดป่าโนนแท่น ก่อนย้ายไปจำพรรษา อยู่ที่วัดปาแก่งเลิงจาน
จัดสร้างเป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง จัดทำเป็นเหรียญเนื้อทองแดงรมดำ 3,000 เหรียญ เนื้อกะไหล่ทอง 3,000 เหรียญ และเนื้อทองคำ 3 เหรียญ มอบให้ญาติโยมที่ร่วมสมทบทุนบริจาคสร้างวัดป่าโนนแท่น
ด้านหน้า เหรียญ เป็นรูปเหมือนหลวงเตี่ย ครึ่งองค์เอียงข้าง ใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า "ปญฺญาวชิโร" ด้านหลังเหรียญ บริเวณใต้ห่วงเขียนว่า "วัดป่าโนนแท่น" จากขอบเหรียญด้านซ้ายวนลงมาด้านล่างวกขึ้นไปด้านขวา เขียนคำว่า "อ.เมือง จ.มหาสาร คาม ๒๕๓๗" เป็นปีพุทธศักราชที่จัด สร้าง ตรงกลางเหรียญมีอักขระยันต์ 2 แถว อ่านว่า นะ มะ พะ ธะ เป็นคาถาตั้งธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นยันต์เสริมพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ฯลฯ
เหรียญหลวงเตี่ยรุ่นดังกล่าววัดป่าโนนแท่นได้ ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดป่าโนนแท่น โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเข้าร่วมพิธีอธิษฐานจิต อาทิ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ, หลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย, หลวงปู่หลวง วัดเกาะคา ลำปาง เป็นต้น
ด้วย เจตนาการจัดสร้างเหรียญที่บริสุทธิ์ เข้มขลังด้วยการอธิษฐานจิตของพระเกจิคณาจารย์ชื่อดังทำให้เหรียญนี้มี พุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน ผู้ที่มีเหรียญหลวงเตี่ยรุ่นนี้ไว้ ในครอบ ครองต่างมีประสบการณ์อัศจรรย์มากมาย
ทำให้นักสะสมพระเครื่อง ต่างให้ความสนใจเสาะแสวงหามาเก็บไว้บูชา ด้วยเป็นเหรียญที่ราคาเช่าหายังไม่สูงเท่าใดนัก เหรียญสวยจะอยู่หลักร้อยปลาย สวยน้อยราคาอยู่หลักร้อยต้น จัด เป็นเหรียญยอดนิยมในพื้นที่มหาสาร คามอีกเหรียญหนึ่ง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

พระพุทธชินราช รุ่นพ่อ วัดแจ้งศิริสัมพันธ์ จ.นนทบุรี

พระพุทธชินราช รุ่นพ่อ วัดแจ้งศิริสัมพันธ์ จ.นนทบุรี
"วันมาฆบูชา" เป็นอีกวันสำคัญของชาวพุทธ ซึ่งทุกปีของวันนี้ตามวัดวาอารามและสถานที่ทางพุทธศาสนามีการจัดงานบุญเพื่อ รำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นวันคล้ายวันสำคัญมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ที่มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายเพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย และพระพุทธองค์ก็ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในที่ประชุมต่อพระสงฆ์ที่มาเข้าเฝ้า
พระพุทธชินราช รุ่นพ่อสำหรับ วัดแจ้งศิริสัมพันธ์ จ.นนทบุรี ร่วมสืบสานจัดงานวันมาฆบูชาตั้งแต่ วันที่ 26-28 ก.พ.2553 ซึ่งเจ้าภาพการจัดงานคือโหรพุทธพร แข็งแรง ตลอด ทั้ง 3 วันงานจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 07.00 น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์, พิธีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์มากมายที่อัญเชิญมา และหลังจากถวายภัตตาหารเพล พระสงฆ์ 1,250 รูป เจริญภาวนาแผ่เมตตา มีการแจกข้าวทิพย์มธุปายาสแก่ผู้ร่วมงาน และช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันมาฆบูชาและเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานก็จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้า พิธีเวียนเทียนรอบบริเวณวัด
เชื่อกันว่าหากมีการจัดพิธีกรรมที่ตรง กับวันที่เกี่ยวข้องทางศาสนา ก็จะยิ่งทำให้พิธีกรรมนั้นมีความเข้มขลังยิ่งขึ้น ดังนั้น นอกเหนือจากที่วัดแจ้งศิริสัมพันธ์จะได้จัดงานวันมาฆบูชาเพื่อรำลึกถึงพระ พุทธเจ้าที่ทรงเผยแผ่พุทธศาสนาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จัดว่าจะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ นั่นคือการจัดพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคล "พระพุทธชินราช รุ่นพ่อ" ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงานครั้งนี้
โดย นิมนต์พระเกจิชื่อดัง "หลวงปู่แย้ม" เจ้าแห่งตำนานกุมารทองและตะกรุดอันลือลั่นแห่งวัดอรัญญิการาม (วัดสามง่าม) อ.ดอนตูม จ.นครปฐม มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีมหาพุทธาภิเษก รวมทั้งพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย ซึ่งความเป็นมาของพระพุทธชินราชรุ่นนี้ จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2550 โดยได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง เป็นพระเครื่องแบบรูปหล่อลอยองค์พระพุทธชินราช ประกอบพิธีเททอง หล่อ ณ บริเวณหน้าพระวิหารพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ซึ่งจัดสร้างโดย ดร.ศิวาวิทย์ สำเร็จผล และประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีคือ พล.อ. นิพนธ์ สีตบุตร
ส่วน ประธานฝ่ายสงฆ์คือ พระธรรมกิตติเวที เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวราราม พร้อมทั้งพระเกจิ 108 รูป ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก และพระเกจิแต่ละท่านยังได้มอบสุดยอดเนื้อมวลสารศักดิ์สิทธิ์ผสมในการหล่อ องค์พระอีกด้วย ที่สำคัญ 2 เกจิชื่อดัง หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และ หลวงปู่ทิม แห่งวัดพระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา ก็ร่วมในพิธีครั้งนั้น ส่วนวัตถุประสงค์การจัดสร้างเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานแก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งนำเงินสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่
ในช่วง นั้นกระแสจตุคามฯ ฟีเวอร์ กำลังมาแรง จึงทำให้พระพุทธชินราช รุ่นพ่อ ต้องอันตรธานหายไปจากทำเนียบพระเครื่องที่น่าสนใจ ส่งผลให้จำนวนเงินที่ผู้มีจิตศรัทธาบูชาพระมีไม่เพียงพ่อต่อการนำไปส่งเสริม การปฏิบัติภารกิจตามวัตถุประสงค์ได้ ดังนั้นแล้วจึงยังเหลือองค์พระอีกส่วนหนึ่งเพื่อรอให้ผู้มีจิตศรัทธาได้บูชา ให้ครบตามจำนวนเงินที่ต้องการ
จำนวนพระส่วนที่เหลืออยู่นั้น ปัจจุบันอยู่ที่ "ศูนย์รวมรักษ์พระบรมสารีริกธาตุ นานาชาติ เทพทองพระราชทาน" ตั้งอยู่ ณ อาคารนนท์ทาวเวอร์ ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสร่วมทำบุญบูชา ถือเป็นการสานต่อภารกิจรวบรวมเงินเพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของการจัด สร้าง ใครที่ได้บูชาไปก็เท่ากับได้ร่วมทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง ได้ความภูมิใจที่ได้ครอบครองวัตถุมงคลอันล้ำค่าที่ต้องจารึกไว้ในประวัติ ศาสตร์ว่าเป็นพระพุทธชินราชอีกรุ่นหนึ่งที่มีอนาคตไกล
เพราะถือเป็นพระสุดยอดที่มีองค์ประกอบความเข้มขลังครบครัน ทั้งเนื้อมวลสาร, พิธีกรรม และฤกษ์วันปลุกเสก นับว่าหาได้ไม่บ่อยนักที่พระรุ่นใดจะทำได้เช่นนี้ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ศิวาวิทย์ ประธานจัดสร้างได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธชินราช รุ่นพ่อจำนวนหนึ่งแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และจะรอการรวบรวมเงินที่ได้จากการบูชาให้ครบตามจำนวนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป รวมทั้งนำเงินส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ดังนั้นแล้วหากใครได้เข้าร่วมในพิธีมหาพุทธาภิเษกครั้งนี้ และได้ร่วมบุญบูชาพระในงาน ก็นับว่าเป็นการทำบุญในวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเป็นมงคลของชีวิตยิ่งนัก ซึ่งในงานยังมีพระเครื่องให้เช่าบูชาอีกหลายรุ่น เพื่อนำเงินไปบูรณปฏิสังขรณ์วัด เช่น พระเก้าหน้า, พระพิฆเนศวร์, พระสีวลี ฯลฯ
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

เหรียญ พระติ้ว-พระเทียม วัดโอกาส (ศรีบัวบาน) รุ่น 2

เหรียญ พระติ้ว-พระเทียม วัดโอกาส (ศรีบัวบาน) รุ่น 2


เหรียญ พระติ้ว-พระเทียม วัดโอกาส (ศรีบัวบาน) รุ่น 2
"วัดโอกาส" เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร อ.เมือง จ.นครพนม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.1994 เดิมชื่อว่า "วัดพระศรีบัวบานพระเจ้าติ้ว" พ.ศ.2281 ราชบุตรพรหมา เจ้าผู้ครองนครบุรีศรีโคตรบูร บูรณปฏิสังขรณ์วัดพร้อมสร้างพระอุโบสถ และพระประธานในโบสถ์นามว่า "หลวงพ่อพระบรมราชาพรหมา" ราชบุตรพรหมา ยังได้อัญเชิญพระติ้ว-พระ เทียม จากวัดธาตุ บ้านสำราญ ประดิษฐานที่วัดโอกาส แล้วมีสร้อยตามหลังว่า "ศรีบัวบาน" เป็นวัดโอกาส (ศรีบัวบาน)
เหรียญพระติ้ว-พระเทียมตำนาน เดิมมีเพียง "พระติ้ว" พระพุทธรูปไม้แกะสลักปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 39 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร สร้างโดยพระ เจ้าศรีโคตรบูร เจ้าผู้ครองอาณา จักร โปรดให้นายช่างสร้างพระติ้วจากไม้หมอนรองท้องเรือ ก่อนสม โภชเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
"พระเทียม" ตำนานระบุว่าได้เกิดเพลิงไหม้หอพระธาตุ บ้านสำราญ ที่ประดิษฐานพระติ้ว พระเจ้าขัตติยะวงศา เข้าใจว่าพระติ้วถูกเพลิงไหม้ จึงมีบัญชาหาไม้มาแกะสลักให้มีพุทธลักษณะเช่นพระติ้วทุกประการ และจัดสมโภชเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง
ต่อมาชาวบ้านออกหาปลากลางน้ำ โขง ขณะมีพายุหมุน พบพระติ้วลอยโผล่เหนือน้ำ จึงนำไปถวายพระเจ้าขัตติยะวงศา พระองค์ เกิดศรัทธาจึงสละทองคำ 30 บาท ให้ช่างบุทองทั่วองค์พระ และถวายสมัญญานามพระพุทธรูปองค์เดิมว่า "พระติ้ว" ส่วนพระพุทธรูปสร้างขึ้นใหม่ใช้แทนพระติ้วว่า "พระ เทียม"
พ.ศ.2500 พระครูสุนทรกัลยาพจน์ อดีต เจ้าอาวาส ได้จัดสร้างเหรียญ พระติ้ว-พระเทียม รุ่น 2 เป็นเหรียญรูปทรงไข่ มีหูห่วง ไว้แจกจ่ายให้ญาติโยมที่มาทำบุญ จัดสร้างจำนวน 2,500 เหรียญ เท่าปี พ.ศ.ที่สร้าง มีเนื้อทองแดงรมดำ เนื้อทองแดงผิวไฟ
ด้านหน้าเหรียญ ขอบเหรียญมีเส้นสันนูน ด้านซ้ายประดิษฐานพระติ้ว ด้านขวาประดิษฐานพระเทียม พระพุทธรูปปางมารวิชัย (ตามประวัติ) ประทับบนแท่นฐานดอกบัว ด้านล่างใต้ฐานพระสลักตัวหนังสือคำว่า "พระ ติ้วพระเทียม"
ด้านหลังเหรียญราบแบน กลางเหรียญสลักตัวหนังสือนูน 2 บรรทัดระบุ"สร้างเมื่อ พ.ศ.2500" บรรทัดถัดมา"วัดโอกานครพนม"
ทั้งนี้ มีจุดสังเกตคือ ด้านหน้าเหรียญ พระติ้วองค์ซ้ายมือ บริเวณเกศคตเอียงงอไปทางซ้าย เนื่อง จากช่างที่แกะบล็อกแกะพลาดโดยไม่ตั้งใจ จึงปล่อยเลยตามเลย เซียนพระเรียกชื่อรุ่นนี้ว่า รุ่นเกศคต เหรียญแท้ถ้าใช้กล้องส่องพระจะพบตำหนิเส้นยาวคล้ายตัววาย เหนือเกศลากมาถึงกึ่งกลางเหรียญระดับใบหู
หลวงปู่จันทร์ เขมิโย พระเกจิชื่อดังแห่งวัดศรีเทพประดิษฐาราม นำเหรียญเข้าพิธีปลุกเสกในอุโบสถ พร้อมกับเหรียญหลวงปู่จันทร์รูปไข่ พ.ศ.2500 ซึ่งสร้างจำนวนเท่า พ.ศ.เช่นกัน ทำให้เหรียญมีพุทธคุณเข้มขลังโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม เชื่อว่าใครมีไว้ในครอบครองติดตัว จะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นที่รักเอ็นดูของผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นเหรียญพิมพ์นิยม 1 ใน 12 รุ่น ราคาเช่าหา สภาพสวยหลัก 3,000-10,000 บาท
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราชปี พ.ศ.2513 วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี

เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พ.ศ.2513 เนื้อทองแดง มหาพุทธาภิเศกวันกองทัพไทย เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราชปี พ.ศ.2513 วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี สร้างพร้อมกับกริ่งยุทธหัตถีและพระร่วงยุทธหัตถี มหาพุทธาภิเศกโดยพระเกจิอาจารย์ทั่วฟ้าเมืองไทย ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2513 วันกองทัพไทย โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัยเวลา 11.00 น. มหาพุทธาภิเศกโดยคณาจารย์ 108 รูปดังมีรายนามต่อไปนี้

1 พระราชสุพรรณาภรณ์ (เปลื้อง) วัดสุวรรณภูมิ สุพรรณบุรี
2 พระราชธรรมาภรณ์ (เงิน) วัดดอนยายหอม นครปฐม
3 พระราชปัญญาโสภณ (สุข) วัดราชนัดดา กรุงเทพ ฯ
4 พระราชพุทธิรังษี (เจียม) วัดโสธรวราราม ฉะเชิงเทรา
5 พระโพธิวรคุณ (ฑูรย์) วัดโพธินิมิตร ธนบุรี
6 พระเมธีธรรมสาร (ไสว) วัดบ้านกร่าง สุพรรณบุรี
7 พระพุทธมนต์วราจารย์ (สุพจน์) วัดสุทัศน์ กรุงเทพ ฯ
8 พระรักขิตวันมุนี (ถิร) วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร สุพรรณบุรี
9 พระครูสุตาธิการี (ทองอยู่) วัดใหม่หนองพะอง สมุทรสาคร
10 พระครูประสาทวิทยาคม (นอ) วัดกลาง อยุธยา
11 พระครูศีลพรหมโสภิต (แพ) วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี
12 พระครูภาวนากิตติคุณ (น้อย) วัดธรรมศาลา นครปฐม
13 พระครูสถาพรพุทธมนต์ (สำเนียง) วัดเวฬุวนาราม นครปฐม
14 พระครูวิริยะกิตติ (โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี ธนบุรี
15 พระครูพิทักษ์วิหารกิจ (สา) วัดราชนัดดา กรุงเทพ ฯ
16 พระครูโสภนกัลยาณวัตร (เส่ง) วัดกัลยาณมิตร ธนบุรี
17 พระครูพินิจสมาจารย์ (โด่) วัดนามตูม ชลบุรี
18 พระครูปัญญาโชติวัตร (เจริญ) วัดทองนพคุณ เพชรบุรี
19 พระครูประสาทพุทธิคุณ วัดคุ้งวารี สุโขทัย
20 พระครูเอนกคุณากร (แขก) วัดหัวเขา สุพรรณบุรี
21 พระครูสุวรรณวรคุณ (คำ) วัดหน่อพุทธางกูร สุพรรณบุรี
22 พระครูสุนทรานุกิจ (กริ่ง) วัดสามชุก สุพรรณบุรี
23 พระครูสุวรรณวิสุทธิ (เจริญ) วัดธัญญวารี สุพรรณบุรี
24 พระครูสุวรรณโพธิวัฒน์ (เพรียว) วัดโพธิทองเจริญ สุพรรณบุรี
25 พระครูนนทกิจวิมล (ชื่น) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี
26 พระครูพินิจวิหารการ (เทียม) วัดกษัตราธิราช อยุธยา
27 พระครูศรีรัตนาภิรักษ์ (โพธิ์) วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี
28 พระครูใบฎีกาเติม วัดไร่ขิง นครปฐม
29 พระครูประภัศร์ธรรมาภรณ์ (แต้ม) วัดพระลอย สุพรรณบุรี
30 พระครูวิจิตรวิหารการ (เจิม) วัดกุฎีทอง สุพรรณบุรี
31 พระครูสุนทรธรรมจารี (อ๊อด) วัดพระธาตุ สุพรรณบุรี

32 พระครูอโศกสันติคุณ (สงัด) วัดดอนหอคอย สุพรรณบุรี
33 พระครูอุภัยภาดาทร (ขอม) วัดไผ่โรงวัว สุพรรณบุรี
34 พระครูวิมลสังวร (สังวร) วัดแค สุพรรณบุรี
35 พระครูสังฆรักษ์สัมฤทธิ์ วัดอู่ทอง สุพรรณบุรี
36 หลวงพ่อมิ วัดสิงห์ ธนบุรี
37 พระครูปลัดสงัด วัดพระเชตุพนวิมังคลาราม กรุงเทพ ฯ
38 พระอาจารย์ไสว วัดราชนัดดา กรุงเทพ ฯ
39 พระอาจารย์สมคิด วัดเลา ธนบุรี
40 พระอาจารย์หลวงพ่อผ่อง วัดจักรวรรดิ กรุงเทพ ฯ
41 พระอาจารย์หลวงพ่อกก วัดดอนขมิ้น กาญจนบุรี
42 พระอาจารย์หลวงพ่อเณร วัดพรพระร่วง กรุงเทพ ฯ
43 พระอาจารย์หลวงพ่อหอม วัดซากหมาก ระยอง
44 พระอาจารย์หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง นนทบุรี
45 พระครูฉาย วัดชนะสงคราม กรุงเทพ ฯ
46 พระอาจารย์สร้อย วัดเลียบราษฎร์บำรุง กรุงเทพ ฯ
47 พระอธิการคำ วัดพระรูป สุพรรณบุรี
48 พระอาจารย์เผื่อน วัดพระรูป สุพรรณบุรี
49 พระธรรมธรทองดี วัดพระรูป สุพรรณบุรี
50 พระอาจารย์พล วัดนิเวศน์ธรรมาราม สุพรรณบุรี
51 พระอธิการทอง วัดประตูสาร สุพรรณบุรี
52 พระครูวิบูลย์คุณวัตร (หล่อ) วัดน้อย อ่างทอง
53 พระอาจารย์เกลื่อน วัดรางสงวน อ่างทอง
54 พระครูศีลโสภิต วัดทองพุ่มพวง สุพรรณบุรี
55 ท่านองสรพจนสุนทร วัดกุศลสมาคร กรุงเทพ ฯ
56 พระครูสุวรรณวุฒาจารย์ (มุ่ย) วัดดอนไร่ สุพรรณบุรี
57 พระครูปรีชาวุฒิคุณ (ฮวด) วัดดอนโพธิ์ทอง สุพรรณบุรี
58 พระครูประสาทวรคุณ (พริ้ง) วัดโบสถ์ ลพบุรี
59 พระสมุห์จำลอง วัดท่าสว่างศรีไพฑูรย์ อุดรธานี
60 พระครูวิเศษมงคลกิจ วัดกก กรุงเทพ ฯ
61 พระมหาต่วน วัดมเหยงคณ์ สุพรรณบุรี
62 พระครูสุนทรวิริยานุวัตร วัดกุฎีทอง สุพรรณบุรี
63 พระครูศรีปทุมรักษ์ วัดศรีบัวบาน สุพรรณบุรี
64 พระครูอาทรศาสนกิจ วัดวังพระนอน สุพรรณบุรี
65 พระครูมงคลนิวิฐ วัดนิเวศน์ธรรมาราม สุพรรณบุรี
66 พระอาจารย์นุรัตน์ วัดนางพญา พิษณุโลก
67 พระครูปลัดพวน วัดท่าพระยาจักร์ สุพรรณบุรี
68 พระอาจารย์ธีระ วัดท่าพระยาจักร์ สุพรรณบุรี
69 พระครูศรีปริยัตยานุรักษ์ วัดพันอ้น เชียงใหม่
70 พระครูศาสนกิจจาภิรมย์ วัดไผ่เดี่ยว สุพรรณบุรี
71 พระครูวาทีธรรมคุณ วัดลานคา สุพรรณบุรี
72 พระครูพินิตสุวรรณภูมิ วัดยุ้งทลาย สุพรรณบุรี
73 พระใบฎีกาทวน วัดอุทุมพราราม สุพรรณบุรี
74 พระมหาบุญ วัดพันตำลึง สุพรรณบุรี
75 พระใบฎีกาบุญชู วัดไตรรัตนาราม สุพรรณบุรี
76 พระครูสุนทรศีลคุณ วัดนางในธรรมิการาม อ่างทอง
77 พระครูวิเศษสุตกิจ วัดสำโรง อ่างทอง
78 พระครูถาวรธรรมนิเทศ วัดหลวง อ่างทอง
79 พระครูธรรมธรศรีรัตน์ วัดวิเศษ อ่างทอง
80 พระครูวรพรตศีลขันธ์ วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
...ฯลฯ

เหรียญสมเด็จพระนเรศวรรุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในวงการนักสะสมพระเครื่อง เพราะเป็นเหรียญที่ออกแบบได้สวยงาม พิธีมหาพุทธาภิเศกใหญ่โดยคณาจารย์ที่เรืองเวทวิทยาคมในสมัยนั้นครบครัน พุทธคุณสูงทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดป้องกันภัยภยันตราย ถือเป็นเหรียญยอดประสบการณ์อีกรุ่นหนึ่ง พระดีมีคุณค่าน่าบูชาสะสมมากครับ

เหรียญ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดดอนเจดีย์ รุ่นเก็บเงินเก็บทอง




เหรียญ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดดอนเจดีย์ รุ่นเก็บเงินเก็บทอง
"พระครูวิบูลย์เจติยานุรักษ์" (ประไพ ปุญญกาโม) เจ้าคณะตำบลดอนเจดีย์ และเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์ ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ได้จัดสร้าง เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รุ่นเก็บเงินเก็บทอง พิมพ์ปราบศัตรู เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างพระอุโบสถที่วัดดอนเจดีย์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550
 เหรียญ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีพระเทพสุวรรณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานจุดเทียนชัย หลวงพ่อเชษฐา วัดสุวรรณภูมิ จ.สุพรรณบุรี เป็นผู้ดับเทียนชัย มีพระเกจิเข้าร่วมอธิษฐานจิตในครั้งนั้น ประกอบด้วย หลวงพ่อพล วัดวังยายหุ่น จ.สุพรรณบุรี, หลวงปู่ฤๅษีตาไฟ วัดหนองทาราภู จ.ชัยนาท, หลวงพ่อสันต์ วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) จ.สุพรรณบุรี ประกอบพุทธาภิเษกครั้งแรก ณ หน้าลานพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
ส่วนครั้งที่ 2 วันที่ 9 ตุลาคม 2550 บริเวณอุโบสถวัดดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ โดยมี พระธรรมมหาวีรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ เป็นประธานจุดเทียนชัย พระธรรมคุณาภรณ์ เจ้าคณะภาค 14 วัดสามพระยา เป็นประธานดับเทียนชัย พระเทพสุวรรณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี นั่งปรกอธิษฐานจิต พร้อมด้วย หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม, หลวงปู่แผ้ว วัด กำแพงแสน จ.นครปฐม, หลวงพ่ออ๊อด วัดสายไหม จังหวัดปทุมธานี, หลวงพ่อองค์ดำ วัดกลางท่าข้าม จ.สิงห์บุรี, พระครูศาสนกิจจาภรณ์ วัดลาดสิงห์ จ.สุพรรณบุรี และ พระครูสุวรรณประชานุกูล วัดเขากำแพง จ.สุพรรณบุรี
เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รุ่นเก็บเงินเก็บทอง พิมพ์ปราบศัตรู เป็นเหรียญทองแดงรมดำและเหรียญทองแดงชุบกะไหล่ทองอย่างละครึ่ง รวมทั้งหมดจำนวน 2,559 เหรียญ
สำหรับเหรียญรุ่นดังกล่าว เป็นเหรียญวงกลม ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปพระประธานในอุโบสถวัดดอนเจดีย์ ด้านข้างเป็นยันต์ประจำตัวหลวงพ่อเก็บ อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์ ทั้ง 2 ด้าน ด้านบนเขียนว่า "วัดดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี" ใต้ฐาน พระประธานเขียนเป็นเลขไทยว่า "๒๕๕๐"
ด้านหลังเหรียญ เป็นรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงช้าง เหมือนกับพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.ดอน เจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ด้านข้างเป็นยันต์ประจำตัวพระเทพสุวรรณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี บริเวณใต้ฐานพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระ นเรศวรมหาราช เขียนเป็นเลขไทยว่า "๘๐" หมายถึงวาระเฉลิมฉลองในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 80 ปี ตรงบริเวณเจดีย์พระบรมราชานุสรณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จะมีภาษาขอม คำว่า "นะ" และด้านข้างเขียนว่า "วัดดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี"
สำหรับเหรียญรุ่นนี้ จัดเป็นเหรียญยอดนิยม ที่มีพุทธคุณโดดเด่นในด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ค้าขายดีมีกำไร ปัจจุบันเช่าบูชามีราคาเพียงหลักร้อยเท่านั้น ผู้สนใจหาเช่าบูชาได้ที่วัด ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

เหรียญสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโล)

เหรียญสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโล)
เหรียญสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโล)
เหรียญ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโล)
เหรียญวัตถุมงคลของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโล) พระเครื่องที่ได้จัดสร้างไว้ และเป็นที่นิยมกันมากในบรรดาเซียนพระ โดยเฉพาะเหรียญรุ่นแรก ปี พ.ศ.2477

เรื่องพุทธคุณเหรียญสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ โดดเด่นในด้านแคล้วคลาดปลอดภัย สยบสิ่งอัปมงคล ปกป้องโรคภัยไข้เจ็บ

โดยเหรียญมีลักษณะ เนื้อทองแดงกะไล่เงิน คล้ายใบเสมา ด้านหน้าเป็นรูปสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นั่งสมาธิบนอาสนะ ด้านหลังเป็นยันต์

พระเครื่องเหรียญ รุ่นดังกล่าว นับว่าหายากมาก ค่านิยมอยู่ที่ประมาณการเลข 5 หลัก นอกจากนี้ ยังมีเหรียญรุ่นสอง ปี พ.ศ.2482 เนื้อทองแดง และบล็อกหน้ายุบในปีเดียวกัน

เหรียญสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโล) รุ่นสาม จัดสร้างปี พ.ศ.2493 เป็นเหรียญยอดนิยมเหรียญหนึ่งของท่าน มีลักษณะเป็นรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ครึ่งองค์ มีข้อความ "สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโล)"ด้านหลังลงยันต์ มีตัวเลข "2493" ยังมีเหรียญรุ่นที่ 4 ปี พ.ศ.2495 และเหรียญพระศรีอารยเมตไตรย ปี พ.ศ.2500 เหรียญสองรุ่นนี้ ยังสามารถเสาะหากันได้ง่าย ราคาอยู่ที่ 3-4 หลัก

ประวัติสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส)
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ มีนามเดิม อ้วน แสนทวีสุข เกิด ณ หมู่บ้านหนองแคน ต.ดอนมดแดง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี อายุ 19 ปี ท่านบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านสว่าง อ.วารินชำราบ จ.อบุลราชธานี เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้วได้ย้ายไปอยู่จำพรรษาที่ วัดศรีทอง เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและอักษรสมัยที่ พระเทวธัมมี (ม้าว) เป็นเจ้าอาวาส

กระทั่งอายุครบบวช เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2430 อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดศรีทอง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี, พระเทวธัมมี (ม้าว) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระโชติปาลเถร (ทา) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เป็นพระอุทเทสาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ติสโส"

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) ท่านเป็นพระมหาเถระที่มีความองอาจเด็ดขาดในจิตใจมาก กล่าวคือ การภาวนาธรรม ท่านเคยได้ศึกษาหาความรู้มาจากพระอุปัชฌาย์ (ม้าว) นอกจากนี้ ท่านยังได้ศึกษาหลักปฏิบัติอยู่กับพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ถือได้ว่าท่านมีพื้นฐานแห่งการปฏิบัติธรรมภาวนามาก่อนอย่างแนบแน่น แต่เป็นที่น่าเสียดาย ท่านต้องมาทิ้งช่วงในการปฏิบัติสมาธิกัมมัฏฐาน ในระหว่างรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศึกษามณฑลอีสานนี้เอง

ต่อมาได้มาอยู่จำพรรษาที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้หันจิตเข้าแนวทางปฏิบัติธรรมอีกครั้ง แต่ด้วยอาการอาพาธ จึงมองเห็นคุณอันยิ่งใหญ่ในการภาวนาธรรม การที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์หายได้ เพราะธรรมโอสถโดยแท้ นับความเป็นเอกอุดมในช่วงชีวิตสุดท้ายของท่าน

ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ได้กล่าวรับรองว่า "การปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา เป็นทางออกเพื่อความพ้นทุกข์ แม้บุคคลใดได้น้อมนำประพฤติปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ย่อมบังเกิดธรรมดีมีคุณค่าอย่างมหาศาล แม้บุคคลใดมีความอ่อนกำลังลงด้วยโลกธรรม 8 ประการ ประการเป็นเหตุสมาธินั้นย่อมไม่สมควรปรารถนาของตนได้ฉันนั้น" นี้เป็นความจริงแท้ในสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย พระองค์ก็ยังต้องทรงเจริญความเพียรอยู่เป็นนิตย์

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) ท่านอาพาธเนื่องด้วยโรคชราเริ่มกำเริบแต่วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 2498 เป็นต้นมา และมรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม 2499 เวลา 18.45 น. สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68
ที่มาหนังสือพิมพ์ข่าวสด คอลัมน์ ส่องเหรียญเด่น

รายการเหรียญเข้าใหม่วันพุธที่ 26 พ.ค. 2553



รายการเหรียญเข้าใหม่วันพุธที่ 26 พ.ค. 2553

1.เหรียญ ทองแดง 5 ซม. พระสยามเทวาธิราช ร.9 ราคา 15000 บาท
2.เหรียญ ทองคำที่ระลึก 100 ปี วันพระราชสมภพ พระบรมชนก ราคา 19000 บาท
3.เหรียญ ทองคำ 6000 บาท ขัดเงา สมมงคล ร.4-ร.9 ราคา 22000 บาท
4.เหรียญ พระมหาชนก เนื้อเงิน พิมพ์ใหญ่ พร้อมหนังสือ ราคา 15000 บาท
5.เหรียญ เงินขัดเงา 600 บาท 75 พรรษาในหลวง ราคา 2800 บาท
6.เหรียญ เงิน 600 บาท 75 พรรษาในหลวง ราคา 950 บาท
7.ชุด เหรียญเงินขัดเงาที่ระลึก โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ราคา 1500 บาท
8.เหรียญ เงิน 600 บาท 150 ปี วันพระราชสมภพ ร.5 ราคา 1950 บาท
9.เหรียญ ทองแดงที่ระลึก 80 พรรษาในหลวง ราคา 50 บาท
10.เหรียญ เงินขัดเงา 800 บาท 80 พรรษาในหลวง ราคา 1600 บาท
11.เหรียญ ทองคำขัดเงา 2500 บาท 25 ปี กองทุน wwf (ช้าง) ราคา 24000 บาท
12.เหรียญ เงินขัดเงา  200 บาท ไก่ฟ้าพญาลอ ราคา 1850 บาท
13.เหรียญ นิกเกิลขัดเงา จาก ต่างประเทศ ราคา 130 บาท
14.เหรียญ เงินขัดเงา 600 บาท 100 ปี ไปรษณีย์ไทย ราคา 5500 บาท
15.เหรียญ เงินขัดเงา เปิดอุทยานสมเด็จย่า ราคา 3500 บาท
16.เข็ม กลัด สัญลักษณ์สมเด็จย่า ราคา 500 บาท
17.เหรียญ เงิน 600 บาท 72 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ราคา 1200 บาท
18.เหรียญ เงิน 600 บาท 72 พรรษา สมเด็จพระราชินี ราคา 950 บาท
19.เหรียญ เงินที่ระลึก ทรงเสมา 80 พรรษาในหลวง (มหาดไทย) ราคา 1500 บาท