วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

รูปเหมือนหล่อโบราณ หลวงพ่อรวย วัดตะโก รุ่นเซ็งลี้ฮ้อ

รูปเหมือนหล่อโบราณ หลวงพ่อรวย วัดตะโก รุ่นเซ็งลี้ฮ้อ

พระเกจิอาจารย์เมืองกรุงเก่านามมงคล "หลวงพ่อรวย" ห้วงหลังกิจนิมนต์ของท่านชุกมาก วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกหลายรุ่นได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ลูกหา และนักสะสม ว่ากันว่าบางพิมพ์บางรุ่นสนนราคาเล่นหาสูงมาก ส่วน ที่กำลังมาแรง "รูปเหมือนหล่อโบราณหลวงพ่อรวย รุ่นเซ็งลี้ฮ้อ"


หลวงพ่อรวย วัดตะโก เสกรูปหล่อ รุ่นเซ็งลี้ฮ้อพระเทพ วรเวที (วิน โฆสิโต) เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร กล่าวว่าปลายปีที่ผ่านมาได้จัดสร้างวัตถุมงคล "รูปเหมือนหล่อโบราณ หลวงพ่อรวย รุ่นเซ็งลี้ฮ้อ" โดยได้จัดสร้างเพียงพิมพ์เดียวเท่านั้น หลวงพ่อรวยได้ประกอบพิธีเททองไปเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2552 และได้อธิษฐานจิตปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ พระอุโบสถวัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร เมื่อวันพุธที่ 30 ธันวาคม 2552รูปเหมือนหล่อโบราณ หลวงพ่อรวย

สำหรับ พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ หรือ หลวงพ่อรวย เกิดเมื่อปี 2464 ณ บ้านตะโก หมู่ที่ 2 ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา โยมบิดาชื่อ "มี ศรฤทธิ์" โยมมารดาชื่อ "สินลา ศรฤทธิ์" ซึ่งบรรพบุรุษของสกุลศรฤทธิ์นี้ เป็นเชื้อสายชาวกรุงศรีสัตนาคนหุต ชีวิตในปฐมวัยมีความเป็นอยู่เหมือนๆ กับเด็กชนบททั่วไป คือได้ช่วยเหลือพ่อแม่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร

เมื่ออายุได้ 16 ปี บรรพชา ที่วัดตะโก โดยมี พระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาสวัดภาชี เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยจนสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี พออายุครบบวชราวปี 2484 ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดตะโก โดยมี หลวงพ่อชื่น เจ้าอาวาสวัดภาชี เจ้าคณะอำเภอภาชี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดจ้อย เจ้าอาวาสวัดวิมลสุนทร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาสวัดตะโก (ในขณะนั้น) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "ปาสาทิโก"

หลวงพ่อรวย เททองหล่อหลัง จากจบนักธรรมชั้นเอกแล้ว ท่านคิดว่าเป็นการเพียงพอสำหรับด้านคันถธุระ เพราะพระที่อยู่ตามชนบท พอที่จะรักษาพระธรรมวินัยเพศพรหมจรรย์ให้รุ่งเรืองและนำสอนชาวบ้านได้แล้ว ท่านก็หันมาศึกษาทางด้านวิปัสสนาธุระ โดยมองเห็นประโยชน์ในด้านการปฏิบัติ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ออกเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาเรียนกรรมฐานกับครูบา อาจารย์เก่งๆ ในยุคนั้น อาทิ หลวงพ่อชื่น วัดภาชี ที่ท่านเชี่ยวชาญ ด้านวิปัสสนา กรรมฐาน

โดยได้สืบทอดพุทธาคมมาจาก "หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในสมัยนั้น หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ ซึ่งเชี่ยวชาญเวทมนตร์คาถาอาคมและได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้หลวงพ่อรวยทุกอย่าง ด้วย วิชาที่เล่าเรียนมาเข้มขลังในพลังแห่งวิทยาคมสูง ส่งผลให้วัตถุมงคลของหลวง พ่อรวยมีพุทธคุณสูงและเด่นไปในทางเมตตามหานิยม แคล้วคลาดและโชคลาภ

สำหรับรูปเหมือนหล่อโบราณหลวงพ่อรวย รุ่นเซ็งลี้ฮ้อ ที่จัดสร้างขึ้น อาทิ รูปเหมือนหล่อโบราณเนื้อทองคำ สร้างจำนวน 9 องค์, เนื้อแร่ สร้างจำนวน 89 องค์, เนื้อนวโลหะ สร้างจำนวน 89 องค์, เนื้อสำริด สร้างจำนวน 89 องค์ เนื้อทองทิพย์ สร้างจำนวน 389 องค์

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้บูรณะเสนาสนะต่างๆ ภายในวัดบรมวงศ์ฯ ขณะนี้วัตถุมงคลชุดนี้มีเหลืออยู่ไม่มากนัก เหมาะสำหรับนำเป็นของขวัญให้กับผู้ใหญ่ เพราะชื่อของ "หลวงพ่อรวย" และชื่อรุ่นว่า "เซ็งลี้ฮ้อ" สรุปว่าดีทั้งชื่อและดีทั้งรุ่น!!!
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญ ครูบาทันใจ (พระครูวิเชียรปัญญา) วัดป่างิ้ว รุ่น1

เหรียญ ครูบาทันใจ (พระครูวิเชียรปัญญา) วัดป่างิ้ว รุ่น1

"พระครูวิเชียรปัญญา" หรือที่ชาวบ้านเรียกขานนามว่า "ครู บาทันใจ" ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดป่างิ้ว ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้รับการยกย่องเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของล้านนา เป็นที่รู้จักในแวดวงพระเครื่อง ช่วงที่กระแสจตุคามรามเทพกำลังมาแรง ครูบาทันใจเป็น พระรูปแรกของเชียงใหม่ที่ได้รับนิมนต์ไปเป็นเจ้าพิธีประกอบพิธีปลุกเสกจตุ คามรามเทพที่ จ.นครศรีธรรมราช และทั่วประเทศ


เหรียญครูบาทันใจส่วนสาเหตุที่ชาวบ้าน นิยมเรียกท่านว่าครูบาทันใจ มาจากความโดดเด่นในด้านงานปั้นพระพุทธรูปพระเจ้าทันใจ ที่ทำได้สำเร็จภายใน 1 วัน องค์พระพุทธรูปสวยงาม สมส่วน ชาวล้านนามีความเชื่อว่า การสร้างพระ พุทธรูปทันใจหากสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน และประกอบพิธีกรรม ตามประเพณีโบราณ จะทำให้พระพุทธรูป เกิดความศักดิ์สิทธิ์สมความปรารถนาทุกประการ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20-25 มกราคม 2552 พระครูวิเชียรปัญญา หรือครูบาทันใจ ได้เป็นประธานจัดงานพิธีครอบครู หรือพิธีไหว้ครูประจำปี มีคณะศิษย์และพุทธศาสนิก ชนจากทั่วสารทิศเข้าร่วมพิธี จัดขึ้น 5 วัน 5 คืน ในการนี้วัดป่างิ้วได้จัดสร้างเหรียญหล่อรูปเหมือนพระครูวิเชียรปัญญา หรือครูบาทันใจ โดยพิธีพุทธาภิเษก 4 คืนแรกประกอบพิธีพุทธาภิเษก ส่วน คืนสุดท้ายประกอบพิธีเทวาภิเษก

โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของล้านนาร่วมพิธี ประกอบด้วย พระราชเขมากร รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่, ครูบาดวงดี บ้านฟ้อน อ.หางดง, ครูบาโสภา วัดเวฬุวัน อ.สารภี, ครูบาแอร์ วัดสันเมืองมาหลวง อ.เมือง, ครูบาทองสุข วัดบวกครกน้อย อ.เมือง และครูบาจันทรังษี เจ้าอาวาสวัดกู่เต้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พระสงฆ์จำนวน 150 รูปร่วมประ กอบพิธีเจริญพระ พุทธมนต์อย่าง ยิ่งใหญ่ ถือเป็นพิธีใหญ่ เครื่องบูชาครบพระเกจิอาจารย์ดัง พิธีกรรมเข้ม ขลังยิ่ง

เหรียญครูบาทันใจรุ่นที่ 1 เป็นเหรียญทองแดง กลมรูปไข่ ขนาดเหรียญสูง 3 เซนติเมตร ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปพระครูวิเชียรปัญญา หรือครูบาทันใจ นั่งขัดสมาธิ บนหน้าตักรูปเหมือนมีรูปใบหน้าพ่อแก่ ใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า "ครูบาทันใจ" ด้านข้างซ้าย-ขวารูปเหมือนมีอักขระยันต์ ปะ วะ ระ หัวใจพระรอดที่ช่วยแคล้วคลาดปลอดภัย

ด้านหลังเหรียญปั๊มยันต์หัวใจ พระรอด พุทธคุณแคล้วคลาดปลอดภัย ใต้ยันต์หัวใจพระรอด เขียนคำว่า "ไหว้ครู ๕๒ วัดป่างิ้ว เชียงใหม่" รอบยันต์หัวใจพระรอดเขียนคาถา นะโมพุทธายะ หัวใจพระเจ้า 5 พระองค์, คาถา มะ อะ อุ, คาถา พะ สะ พะ หะ และคาถา นะ 9 ยอด

แม้เหรียญครูบาทันใจจะเป็นเหรียญใหม่ แต่ด้วยผ่านการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์มั่นใจได้ในพุทธคุณ
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

สมเด็จชินบัญชร-ปู่ชีวกโกมารภัจจ์ หลวงพ่อทอง ล่ำ วัดเจ้าอาม

สมเด็จชินบัญชร-ปู่ชีวกโกมารภัจจ์ หลวงพ่อทอง ล่ำ วัดเจ้าอาม

วัดเจ้าอาม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ วัดเก่าแก่ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหา ราชทรงสร้างขึ้นเมื่อปี 2322 ปัจจุบันวัดมีพื้นที่คับแคบไม่เพียงพอกับใช้งานให้บริการแก่ประชาชนทั้งด้าน กิจกรรมพระพุทธศาสนาและสังคมสงเคราะห์ ทางวัดจึงจำเป็นต้องซื้อที่ดินติดวัดเพิ่มขึ้นจำนวน 813 ตารางวา ใช้งบประมาณ 24 ล้านบาท เพื่อสามารถให้บริการได้อย่างเพียงพอและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ยังขาดทุนทรัพย์อีกมากในการจัดซื้อที่ดินดังกล่าว


หลวงพ่อเจือ จุดเทียนชัย"พระครูนิวิฐสาธุวัตร หรือหลวงพ่อ ทองล่ำ" เจ้าอาวาสวัดเจ้าอาม และเจ้าคณะแขวงบางขุน นนท์ จึงได้จัดสร้างวัตถุมงคลพร้อมกัน 2 รุ่น คือ ปู่ ชีวกโกมารภัจจ์ รุ่นโรคาพินาศ และ พระ สมเด็จชินบัญชร รุ่นจักรพรรดิ เพื่อนำปัจจัยสมทบทุนในการจัดซื้อที่ดินขยายวัด

วัตถุมงคลปู่ชีวกโกมารภัจจ์ รุ่นโรคาพินาศ สร้าง 2 รูปแบบ คือ รูปหล่อบูชา บรรจุผงยาวาสนาจินดามณี ใต้ฐานฝังตะกรุดหัวใจโพชฌงค์ และพระเนื้อผง พิมพ์เตารีด 3 เนื้อ ได้แก่ เนื้อ ยาวาสนาจินดามณี หลังฝังแร่นิลเก่าปี 2516 จำนวน 2,888 องค์, เนื้อไม้มงคล ผสมผงเก่าไม้ช่อฟ้าวัดระฆังปี 2535 หลังฝังแร่นิลเก่าปี 2516 จำนวน 2,888 องค์ และเนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงเก่าไม้ช่อฟ้าวัดระฆังปี 2535 หลังฝังแร่กายสิทธิ์ จำนวน 4,888 องค์ นอกจากนี้ยังมี พิมพ์เม็ดยา เนื้อผงยาวาสนาจินดามณี ด้านหน้าเป็นรูปปู่ชีวก ด้านหลังเป็นเศียรฤาษีสมเด็จชินบัญชร

ส่วน พระสมเด็จชินบัญชร รุ่นจักรพรรดิ ด้านหน้าเป็นพิมพ์พระสมเด็จ ด้านหลังเป็นพระคาถาชินบัญชร จัดสร้าง 2 รูปแบบ คือ เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงเก่าไม้ช่อฟ้าวัดระฆังปี"35 และผงเกสร 108 ว่าน 108 ผงอิทธิเจ และผงเก่าพุทธคุณจากพระเกจิอาจารย์มากมาย และเหรียญพลังงานสเคลาร์ ทำจากหินลาวาภูเขาไฟ แร่ธาตุบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นพลังงาน ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีโทษ ช่วยปรับความสมดุลของร่างกายเราที่อ่อนแอให้มีพลังที่แข็งแรงกลับคืนมา ไม่ใช่ยารักษาโรคแต่เป็น กระบวนการบำบัดโรคตามธรรมชาติ ส่งผลให้สุขภาพดีทั้งกายและใจ

วัตถุมงคลทั้ง 2 รุ่นประกอบพิธีพุทธาภิเษก 2 วาระ คือ วันที่ 26 พ.ย.2552 ณ วิหารศักดิ์สิทธิ์ หลวงปู่บุญ-หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม โดย หลวงปู่เจือ ปิยสีโล เป็นประธานจุดเทียนชัย และปลุกเสกก่อนจะมรณภาพ พร้อมพระเกจิอาจารย์ร่วมปลุกเสกอีกหลายรูป อาทิ พระครูนิวิฐสาธุวัตร วัดเจ้าอาม, พระอาจารย์สัญญา วัดกลางบางแก้ว และพระอาจารย์ทูล วัดวิเศษการ ฯลฯ และวันที่ 7 ม.ค.2553 ณ อุโบสถวัดเจ้าอาม

ปู่ชีวกโกมารภัจจ์โดยมี พระราชประสิทธิวิมล วัดระฆังฯ จุดเทียนชัย พระเกจิอาจารย์ร่วมนั่งปรก นอกจากนี้ยังมีพระอาจารย์สวดคาถาโพชฌังคปริตร 108 จบ ตลอด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-10 ม.ค.2553 ซึ่งการสวดโพชฌังคปริตรมีมาในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธ เจ้าอาพาธจะมีพระเถระแสดง โพชฌงค์ถวาย พระองค์จะหายประชวร เชื่อว่ากันว่าจะช่วย ให้คนหายจากโรคได้

นับ เป็นพระเครื่องอีกรุ่นหนึ่งที่มีความโดดเด่นทางด้านพุทธคุณ ทั้งด้านมวลสารยาวาสนาจินดามณีจากตำรับสายวัดกลางบางแก้ว และการปลุกเสกถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงปู่เจือเมตตาปลุกเสกอย่างเป็นทางการ ณ วิหารหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่มวัด กลางบางแก้วก่อนที่ท่านจะมรณภาพ

นอก จากนี้ทางวัดยังมีพระดี-พิธีเข้มขลังให้ร่วมทำบุญอีก 2 รุ่นคือ พระสมเด็จเนื้อเกสร ปี 2516 จัดสร้างตามตำรับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) มวลสารผงพุทธคุณจากเกจิอาจารย์ดังหลายองค์ ปลุกเสกใหญ่โดยเกจิอาจารย์ดังยุคนั้น อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นต้น

อีกหนึ่งรุ่นคือ พระสมเด็จปี 2535 แกะจากไม้ช่อฟ้าวัดระฆัง ของศักดิ์สิทธิ์สมัยสมเด็จโต ที่สร้างมาคู่กับพระอุโบสถเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี พิมพ์ทรงงดงามมีความประณีตโดยประติมากร ฝีมือเยี่ยม พิธีพุทธาภิเษกพร้อมกับสมเด็จทิพย์มงคล ปี 2535

เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2535 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ เป็นประธานจุดเทียนชัย พระเกจิอาจารย์ร่วมนั่งปรก เช่น หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม, หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ฯลฯ ปัจจุบัน พระสมเด็จทั้ง 2 รุ่นยังมีเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ทางวัดได้นำออกมอบให้กับผู้ร่วมบุญบริจาคซื้อที่ดินถวาย วัด สนใจร่วมบุญบูชาวัตถุมงคลทั้งหมดของวัดเจ้าอาม ติดต่อโดยตรงที่ศาลาพระเครื่องวัดเจ้าอาม ถนนบางขุนนนท์ ใกล้กรมบังคับคดี
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

ชูชกรวยขั้นเทพ หลวงปู่ผาด อภินันโท วัดไร่ จ.อ่างทอง

ชูชกรวยขั้นเทพ หลวงปู่ผาด อภินันโท วัดไร่ จ.อ่างทอง
ขณะนี้ วัดไร่ได้บูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถหลังเก่าอยู่ ซึ่งงานได้คืบหน้าไปมากแล้ว และจำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์ในการนี้จำนวนมาก ทางวัดไร่จึงได้สร้าง "ชูชกรุ่นแรก" ขึ้นมา ให้ชื่อว่า "รวย ขั้นเทพ" โดยมี "พระอาจารย์ลออ ฐานวโร" ประกอบพิธีบวงสรวงบูชาครู
หลวงปู่ผาด อภินันโทพระครูมงคลสาธุวัตร หรือ หลวงปู่ผาด อภินันโท พระอภิญญาจารย์ผู้เฒ่า วัย 95 ปี แห่งวัดไร่ ผู้สืบทอดพุทธาคมจาก ท่านเจ้าคุณรัตนมุนี วัดชีโพน ประกอบพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกเข้ม จัดสร้างด้วยเนื้อทองแดงเถื่อน จำนวน 2,016 ตน
"ชูชกรวยขั้นเทพ" ของหลวงปู่ผาด สร้าง เป็นแบบปู่เฒ่าชูชก เกล้าผมมวยตามแบบฉบับพราหมณ์เฒ่า หน้าตาใจดี ในลักษณะขออะไรใครเป็นได้หมด ท้องโต เพราะอุดมสมบูรณ์ มือขวาถือไม้เท้าหัวตัด มือซ้ายหิ้วย่ามใบใหญ่ มีเงินทองล้นทะลักย่าม แถมยังมีย่ามใบใหญ่เกินตัว มีเงินทองล้นทะลักเช่นกันสะพายอยู่บนหลัง ตรงตามลักษณะชูชกเจ้าทรัพย์ คือหาทรัพย์เก่ง หากินเก่ง ย่อมจะส่งผลทางเจริญก้าวหน้าทางโชคลาภ ทางทำมาหากิน อุดมสมบูรณ์แก่ผู้บูชา
พระอาจารย์ลออ กล่าวว่า ตามประวัติปู่เฒ่าชูชกเป็น ขอทานที่ขอเก่งมาก ลงอยากได้อะไรจากใครเพียงเอ่ยปากขอ และยื่นมือไปรับสิ่งที่ขอเท่านั้นก็สำเร็จสมประสงค์ ไม่เคยมีใครต้านทานการขอของปู่เฒ่าชูชกได้ แม้จะเป็นคนขี้เหนียว คนจนเข็ญใจ ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้ามหาเศรษฐี จนถึงสมณะชีพราหมณ์ และพระราชา จำแนกเป็นบุคคลได้ 10 จำพวก ถ้ามาเจอชู ชกขอเป็นต้องยอมใจอ่อน และเต็มใจยอมให้ตามที่ปู่เฒ่าชูชกขอ ไม่มียกเว้นสักคนเดียว
ดังนั้น ชูชกจึงได้ชื่อว่า "ผู้ขอได้ 10 ทิศ" และเป็น "เทพเจ้าแห่งการขอ" วีรกรรมครั้งสำคัญ คือการไปทูลขอกัญหา-ชาลี ซึ่งเป็นลูก-หลานกษัตริย์ จากพระเวสสันดร ไปเป็นทาสรับใช้นางอมิตตดา ภรรยาสาวสวยของตน ซึ่งพระเวสสันดรก็ทรงยอมให้ตามที่ขอโดยดี ซึ่งว่าตามจริง การไปขอลูกกษัตริย์อย่าว่าแต่จะเอาไปเป็นคนรับใช้เลย ให้ขอไปเลี้ยงดูอย่างดี คนเอ่ยปากขอ ก็มีทางเลือกทางเดียวคือหัวขาด เรื่องจะขอได้นั้นเป็นไม่มีแน่นอน, แต่นี้ปู่เฒ่าชูชกเขาทำได้ แถมขอได้ถึง 2 พระองค์ เป็นเด็กน้อยน่ารักทั้งพี่น้องด้วย และขอไปเป็นทาสรับใช้ด้วย โบราณาจารย์จึงนิยมยกย่องว่า แกเป็นนักขอที่ "มีฝีมือขั้นเทพ" ก็ปู่เฒ่าชูชกสามารถทูลขอลูกกษัตริย์ได้ถึง 2 พระองค์ เรื่องขออื่นๆ จึงกลายเป็นงานขอที่กล้วยๆ ไม่ยากเย็นสำหรับแกอีกต่อไป
พระอาจารย์ลออแนะเคล็ดลับบูชาชูชกรวยขั้นเทพของหลวง ปู่ผาดไว้ว่า อยากได้เงิน ให้ขอเงิน, อยากได้ทอง ให้ขอทอง, อยากได้คู่ครอง ให้ขอคู่ครอง, อยากมีงานทำ ให้ของาน, อยากได้ตำแหน่ง ให้ขอตำแหน่ง, อยากเลื่อนยศ ให้ขอยศ, อยากมีลูกค้ามากๆ ให้ขอลูกค้ามากๆ, อยากได้อะไรให้ขออย่างนั้น ให้กำปู่เฒ่าชูชกไว้ในมือ ว่าคาถาตามที่แนบด้านหลัง เอ่ยปากขอ แล้วทำท่าทางยื่นมือไปรับสิ่งที่ขอ แล้วเก็บเอาไว้ที่ตัว วิธีใช้ง่าย แต่ขลัง คนเอาไปใช้ได้ผลกันมากแล้ว เคล็ดลับสุดท้ายคือ ขอได้แล้วให้ทำบุญทำทาน สร้างบารมีเพิ่มให้มากๆ ด้วย แล้วจะยิ่งใช้แล้วขลังยิ่งขึ้น
สนใจร่วมบุญซ่อมโบสถ์วัดไร่ โดยบริจาคบูชาชูชก รวยขั้นเทพ บูชาได้ที่วัดไร่ ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

เหรียญ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หลวงพ่อโอด ปัญญาธโร วัดจันเสน

เหรียญ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หลวงพ่อโอด ปัญญาธโร วัดจันเสน
"พระครูนิสัยจริยคุณ" หรือ "หลวงพ่อโอด ปัญญาธโร" อดีตเจ้าคณะอำเภอตาคลี และอดีตเจ้าอาวาสวัดจัน เสน ต.จันเสน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังนครสวรรค์หลวงพ่อโอด มีโอกาสศึกษาวิทยาคมจากพระเกจิคณาจารย์ชื่อดังมากมาย อาทิ หลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค, หลวงพ่อเชน วัดสิงห์ อ.อินทร์ บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นต้น
เหรียญ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หลวงพ่อโอดเป็นชาวนครสวรรค์โดย กำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2460 อุปสมบทเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2481 ณ พัทธสีมา วัดหัวเขา อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ มีพระธรรมไตรโลกาจารย์ (ยอด) วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูนิปุณธรรมธร วัดตาคลี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูพิพัทธศีลคุณ วัดหัวเขา อ.ตาคลี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวง พ่อโอด
มรณภาพ ด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2532 สิริอายุได้ 72 ปี พรรษา 50 กล่าว สำหรับวัตถุมงคลของหลวงพ่อโอด ในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้จัดสร้างเป็นจำนวนน้อย แต่ที่เป็นสุดยอดปรารถนาของนักสะสมนิยมพระเครื่อง คือ "เหรียญทรง พุ่มข้าวบิณฑ์"เหรียญ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หลวงพ่อโอด 
ด้านหลัง
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2513 เป็นปีที่มีวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 อันเป็นปีอุดมมงคลฤกษ์ เหมาะสำหรับการสร้างวัตถุมงคล อุดมด้วยกฤตยาคมเสริมส่งโดยธรรมชาติ หลวงพ่อโอด ได้จัด สร้างเหรียญทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ โดยใช้ฤกษ์มหามงคลดังกล่าว ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดจันเสน
มีพระเกจิอาจารย์ เข้าร่วมพิธีพุทธา ภิเษก อาทิ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จ.นครสวรรค์, หลวงพ่อพริ้ง วัดโก่งธนู จ.ลพบุรี, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์ บุรี, หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ จ.พระนคร ศรีอยุธยา, หลวงพ่อเชน วัดสิงห์ จ.สิงห์บุรี, หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี เป็นต้น
เหรียญ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ดอกจิกใหญ่) พิมพ์นิยม พ.ศ.2513 เป็นเหรียญที่นิยมกันมาก จัดสร้างเป็นเนื้อทองคำ 53 เหรียญ เนื้อเงิน 500 เหรียญ เนื้อทองแดงผิวไฟ 3,500 เหรียญ เนื้อทองแดงรมดำ 3,500 เหรียญ และเนื้ออัลปาก้า 3,000 เหรียญ
เหรียญ รุ่นนี้ เป็นรูปทรงพุ่มข้าวบิณฑ์คล้ายกับเหรียญหลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล จ.นครสวรรค์ พ.ศ.2489 แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "เหรียญดอกจิก" ด้วยมีส่วนเว้า เป็นสี่ขยัก มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก
ด้าน หน้าเหรียญ ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อโอดหน้าตรงครึ่งองค์ ในวัย 53 ปี ซึ่งไม่ค่อยเหมือนนัก ห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ เหนือศีรษะของหลวง พ่อโอด เขียนว่า "รุ่น ๑" ใต้องค์หลวงพ่อเป็นตัวอักษรโค้ง เขียนว่า "พระครูนิสัยจริยคุณ (วิสุทธิ์ ปัญญาธโร)" มีจุด ตำหนิที่เด่นชัด คือ มีวงเล็บเปิด แต่ไม่มีวงเล็บปิด ใต้ข้อความนี้เป็นเลข "๒๕๑๓" ขอบเหรียญทำเป็นเส้น กรอบมีลายกระหนก อยู่ภายใน
ด้านหลังเหรียญ เป็นยันต์ดวง ด้านบนของยันต์เขียนว่า "วัดจันเสน" ด้านล่างมีอักขระขอม ส่วนด้านซ้ายเขียนว่า "อ.ตาคลี" ด้านขวาเขียนว่า "จ.นครสวรรค์" เหรียญ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือเหรียญดอกจิกหลวงพ่อโอดรุ่นนี้ นับเป็นเหรียญใหม่ที่น่าสนใจ มีพุทธศิลป์สวยงาม พุทธคุณเข้มขลังยิ่ง ใน อนาคต เชื่อว่า เหรียญรุ่นนี้จะได้รับความนิยมอย่างแน่นอน
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

พระปรกโพธิ์เชียงแสน วัดพระธาตุช่อแฮ รุ่น 1

พระปรกโพธิ์เชียงแสน วัดพระธาตุช่อแฮ รุ่น 1
วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.แพร่ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์และที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า พ.ศ.218 พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ประชุมสาวกและอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนศอกซ้ายขึ้น ณ เจดีย์ ซึ่งอยู่บนดอยโกสิยธัคบรรพตด้านตะวันออกแม่น้ำยม คือ พระเจดีย์ช่อแฮในปัจจุบัน
พระปรกโพธิ์เชียงแสนพระบรมสารีริกธาตุ ได้แผ่พุทธบารมี สร้างความร่มเย็นเป็นสุขแก่ผู้มากราบสักการบูชา เป็นเหตุให้มีผู้จิตศรัทธา บูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุช่อแฮสืบต่อกันมา
พ.ศ.2470 ในสมัยที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยมาบูรณะพระธาตุช่อแฮ และได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์เข้าไปประดิษฐานในวิหาร ได้ขุดพบพระปรกโพธิ์ เชียงแสน กรุวัดพระธาตุช่อแฮ แต่ไม่ได้นำออกมาจากกรุแต่อย่างใด
กระทั่งเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2530 มีคหบดีจากจังหวัดลำปาง ได้มีจิตศรัทธาสร้างฉัตรทอง เพื่ออัญเชิญไว้บนแท่นที่เคยประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ด้าน
ในครั้งนั้น พระครูใบฎีกาบุญเท่ง กุสลจิตโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด พระธาตุช่อแฮ ได้นำศิษย์มาเจาะแท่นนำฉัตรทองมาติดตั้งตามกุศลเจตนาของผู้บริจาคสร้างฉัตร ทอง ปรากฏว่า ได้ขุดพบพระปรกโพธิ์เชียงแสนดังกล่าวจำนวน หนึ่งจากแท่นด้านเหนือ
เจ้าภาพผู้สร้าง ทราบข่าว จึงขอบูชาไว้เป็นสิริมงคล พระครูใบฎีกาบุญเท่ง จึงได้อัญเชิญพระปรกโพธิ์เชียงแสนขึ้นจากกรุจำนวนหนึ่ง ส่วนที่เหลือได้นำเก็บไว้ในกรุตามเดิม กล่าวกันว่า พระปรกโพธิ์ เชียงแสน วัดพระธาตุช่อแฮ หาได้ยากยิ่งนัก
พระปรกโพธิ์เชียงแสน กรุวัดพระธาตุช่อแฮ เป็นพระเนื้อดินแก่ปูนแก่ทราย ศิลปะเชียงแสน มีพุทธลักษณะงดงาม พระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย อยู่ภายใต้ซุ้มปรกโพธิ์ ด้านหลังเรียบ แตกกรุครั้งแรกใต้ฐานชุกซี ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ด้าน
แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีการบันทึกว่า พระปรกโพธิ์เชียงแสน กรุวัดพระธาตุช่อแฮ สร้างในสมัยใดแต่เชื่อว่ามีความเก่าแก่ยิ่ง ด้วยในปี พ.ศ.2553 เป็นปีขาล วัดพระธาตุช่อแฮ ได้นำมวลสารทองคำเปลวที่เก็บไว้จากผู้ที่นำมาสักการบูชาติดองค์พระธาตุ หลวงพ่อช่อแฮ พระเจ้าทันใจ ดอกไม้ธูปเทียน จัดสร้างวัตถุมงคล เป็นพระผง ชื่อว่า "พระปรกโพธิ์เชียงแสน วัดพระธาตุช่อแฮ รุ่น 1" ถอดพิมพ์และย่อส่วนจากพระปรกโพธิ์เชียงแสน กรุวัดพระธาตุช่อแฮ ในอดีต วัตถุมงคลรุ่นนี้ ประกอบพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2552 ณ ลานโพธิ์ด้านทิศตะวันออกและในพระอุโบสถวัดพระธาตุช่อแฮ
โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมาย เข้าร่วมพิธี อาทิ พระมหาโพธิวงศาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 เป็นประธานจุดเทียนชัย และพระราชวิสุทธี เจ้าคณะจังหวัดแพร่ เป็นประธานดับเทียนชัย มีพระมหาเถราจารย์ชื่อดังมากมาย นั่งปรกอธิษฐานจิต
มีความเชื่อกันว่า ผู้ที่มีพระปรกโพธิ์เชียงแสน วัดพระธาตุช่อแฮ รุ่น 1 ไว้ในครอบครอง จะมีความร่มเย็นเป็นสุข คุ้มครองภยันตรายนานาประการ ผู้สนใจเช่าบูชาติดต่อสอบได้ที่วัดพระ ธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

ล็อกเกต รุ่นแรก สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศ์

ล็อกเกต รุ่นแรก สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศ์
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ บรรดาศิษย์และคณะศรัทธานิยมเรียกท่านว่า "หลวงปู่สมเด็จ" ท่านเจริญอายุครบ 92 ปี 72 พรรษา สมบูรณ์พร้อมศีลาจารวัตร งดงามด้วยการครองตน เปี่ยมไปด้วยเมตตา เป็นที่ยอมรับและเลื่อมใสศรัทธา หนึ่งในพระกรรมฐานเอกอุ ญัตติสามเณรธรรมยุตกับ "พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม"
ล็อกเกต รุ่นแรก สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ออกเดินธุดงค์ติดตามพระธุดงค์กัมมัฏฐานสายพระอาจารย์เสาร์ พระอาจารย์มั่น พระอาจารย์สิงห์ ไปทั่วจังหวัดภาคอีสาน ได้มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม จนได้ถึงเปรียญธรรมเอกอุ 9 ประโยค ความเป็นคันธุระและวิปัสสนาธุระ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สามารถผสมผสานและปฏิบัติได้อย่างลงตัวเหมาะสม จนมีคำเรียกขานในศรัทธาชนว่าท่านเป็น "สมเด็จกัมอโรคศาลฐานกลางกรุง"
ปฏิปทาจริยาวัตรของ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ งดงามและมากด้วยเมตตาธรรมอันเลิศล้ำ มีวัตรปฏิบัติอยู่ในศีลที่สมบูรณ์ ดำเนินสายกลางพอเหมาะพองาม ไม่ชอบระคนด้วยกลุ่มชนมาก ชอบหลีกเร้นอยู่ในที่สงบ ชอบชีวิตป่าเขาลำเนาไพร นั่งกรรมฐานมาตลอดชีวิต ตั้งแต่ 3 ทุ่ม "ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ" จะสวดมนต์และเจริญกัมมัฏฐาน ตั้งแต่สามเณรจนปัจจุบัน เช้าตื่นตี 4 กวาดวัดไม่ได้ขาด แม้ดำรงสมณศักดิ์สมเด็จแล้วท่านก็ทำอยู่ จนหมอขอบิณฑบาตท่านจึงงดล็อกเกต รุ่นแรก สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
ในวาระสิริอายุครบ 92 ปี คณะศิษย์นำโดย "พระราชสารเมธี" ได้จัดสร้าง "ล็อกเกตรุ่นแรก" เพื่อสมทบทุนสร้างหอไตร เป็นอนุสรณ์มงคลมายุดังกล่าว ล็อกเกตนี้ได้นำผงเก่าโสรฬมหาพรหมที่ "แม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม" ผ่านพิธีปลุกเสกใหญ่ เมื่อปีพ.ศ.2494 ได้รับการพุทธาภิเษกซ้ำอีกครั้งในคราวสมโภชพระประธานที่วัดสารนาถธรรมาราม จ.ระยอง เมื่อวันที่ 5-30 มีนาคม 2499 รวม 18 วัน 18 คืน มีเครื่องพิธียิ่งใหญ่เรียกว่า "พิธีโสรฬมหาพรหม" ประกอบพิธีบรรจุพุทธมนต์เป็นพิเศษที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งยังไม่เคยเห็นทำที่ไหน คือจัดที่บูชาพร้อมเครื่องสังเวยต่างๆ มีเทียนธูป ข้าวตอก ดอกไม้ 7 สี และอาหารผลไม้ถึงอย่างละ 375 ที่มีเบญจา มีเศวตฉัตร 9 ชั้น สูง 6 ศอก 8 ต้น บายศรีเงิน บายศรีทอง 9 ชั้น สูง 6 ศอก อย่างละ 8 ต้น บรรจุพระพุทธมนต์ มีพระเถราจารย์มากมายเข้าร่วมพิธีนี้ เช่น พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่ดูลย์ อตุโล, พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร, พระอาจารย์วัน อุตตโม, หลวงพ่อลี วัดอโศการาม, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม, หลวงตามหาบัว หลวงปู่สิม หลวงปู่กงมา เป็นต้น
โดยนิมนต์พระเถระในท้องถิ่นอย่าง หลวงปู่ทิม วัดไร่วารี, หลวงพ่อโต วัดเขาบ่อทอง, หลวงพ่อเฮี้ยงวัดป่า จ.ชลบุรี ทำพิธีประจุคุณพระคุณพรหม และเทพมนต์ โดยเชิญเทพแลพรหมผู้มีชื่อเสียงเก่าๆ มาเข้าทรงประกอบพิธีอธิษฐานบันจุมนต์ลงด้วย อาทิ โยคีโดยโยคีฮาเร็บ (อาจารย์ชื่น จันทรเพ็ชร) ผู้มีชื่อเสียง และ พ.ต.อ.ชะลอ อุทกภาชน์ เป็นต้น
ด้านหลังล็อกเกตบรรจุมวลสารพิเศษผงและของศักดิ์สิทธิ์เก็บรักษาไว้ที่วัด สัมพันธวงศ์สืบมา ในอดีต อาจารย์ปถม อาจสาคร ได้เคยนำผงนี้ไปสร้างพระ "พระปิดตาโสรฬมหาพรหม" ให้หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ เมื่อปี 2505 จนโด่งดัง ผงนี้ หลวงพ่อลี วัดอโศการาม จับผงถึงกับออกปากว่า "เฮ็ดหยังแรงจังซี่" จัดสร้างพร้อมพระชัยวัฒน์พุทโธคลังกะไหล่ทอง
ล็อกเกตใหญ่จัมโบ้ ฉากทองแท้ (กรรมการ) สร้างจำนวน 227 องค์ ไม่ออกให้บูชา มอบให้ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ร้านทองเยาวราช และท่านผู้มีอุปการคุณต่อวัด (เรียกว่า "เจ้าสัวใหญ่"), ล็อกเกตใหญ่จัมโบ้ (ฉากสีเขียว เหนียวนำทรัพย์) สร้างจำนวน 227 องค์  ล็อกเกต "เจ้าสัวเล็ก") สร้างจำนวน 227 องค์  ล็อกเกตเหนี่ยวนำทรัพย์เล็ก สร้างจำนวน 2,227 องค์
สนใจร่วมบุญบูชา ได้ที่สำนักงานกลาง วัดสัมพันธวงศาราม แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด