| พระพรหม-พิฆเนศวร หลวงพ่อผาด วัดไร่ สร้าง วัตถุมงคลออกมาหลายรุ่น ส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมแทบทุกรุ่น ล่าสุด "หลวง พ่อผาด" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดไร่ ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่าง ทอง ศิษย์สายวิชาพรหมของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม ได้จัดสร้างวัตถุมงคล "ชุดซ่อมโบสถ์" เพื่อหาปัจจัยซ่อมแซมอุโบสถวัดไร่ ซึ่งชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา หลวงพ่อผาด จึงได้สร้างพระพรหมบูชา เพื่อหวังพรหมมานุภาพของพระพรหม มอบและบันดาลสรรพมงคลต่างๆ ที่ปรารถนา แก่ท่านผู้เสียสละปัจจัยร่วมสร้างและซ่อมแซมโบสถ์วัดไร่ หล่อหลอมด้วยชนวนมวลสารมงคลมากมาย มอบแก่ผู้มีจิตศรัทธาบูชา "พระพิฆเนศวร" ขนาดบูชารุ่นแรก เป็นมหาเทพแห่งความสำเร็จ การบรรลุถึงจุดมุ่งหมายทุกชนิด เป็นมหาเทพที่ทำลายอุปสรรค์ เป็นมหาเทพแห่งสติปัญญา การศึกษาเล่าเรียน เป็นมหาเทพแห่งศิลปวิทยาทั้งปวง และเป็นมหาเทพที่จะได้รับการบูชา กราบไหว้ก่อนมหาเทพ และเทพเจ้าองค์อื่นเสมอ หากได้กราบไหว้บูชาพระพิฆเนศวรด้วย ใจเคารพเลื่อมใสแล้ว จะมีสติปัญญาล้ำเลิศ สมองดีสติดี ศึกษาศิลปวิทยาการ วิชาความรู้ใดๆ แล้ว จะสำเร็จสมดังหวัง จะเจริญด้วยโภคทรัพย์ เพราะลักษณะท้องที่ใหญ่โตของพระพิฆเนศวร มีเพชรนิลจินดาทรัพย์สินเงินทองอัดแน่นอยู่เต็มท้อง ทำการงานใดๆ แล้ว จะสำเร็จ ดังใจปรารถนาได้โดยง่าย ปราศจากอุปสรรค ขวากหนามทั้งปวง ชีวิตหน้าที่การงานจะเจริญก้าวหน้าขึ้นจนถึงจุดสูงสุด เพื่อจับมัดยึดสรรพมงคลต่างๆ ให้แน่น ให้หลั่งไหลเข้ามาสู่ผู้บูชา จับมัดยึดยศถาบรรดาศักดิ์อำนาจวาสนาทรัพย์สมบัติต่างๆ มาสู้ผู้บูชา อีกนัยหนึ่งทรงใช้บ่วงบาศจับมัดพันธนาการอุปสรรคเคราะห์กรรมต่างๆ ที่จะมาแผ้วพานผู้บูชาให้พ้นออกไป ให้ห่างไปจากดวงชะตาห่างไปจากชีวิตผู้บูชา อีกกรหนึ่งทรงป้อนขนมโม ฑกก้อนใหญ่ใส่ปลายงวง เพื่อเสวยเป็นอาหาร อันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความรุ่งเรืองในการทำมาหากิน มีกิน มีใช้ ไม่ขาด อิ่มอยู่ตลอด เมื่ออิ่มตลอด ย่อมไม่อด ไม่อยาก ไม่ยากจน ซึ่งก็หมายถึง การเป็นเศรษฐี การมีทรัพย์ การรักษาทรัพย์ อยู่ไม่ขาดนั่นเอง อีกกรหนึ่งที่ประทานพร ทรงงาข้างที่หักด้วย อันหมายถึงความมีสติปัญญา ความสำเร็จในการศึกษา ความสำเร็จในการทำงานแบบรุก คือก้าวหน้าแบบรวดเร็ว การได้รับพร ได้รับสรรพมงคลทั้งปวง ที่ฐานบัวยังมีหนูเป็นบริวาร บริวารนี้ หมายถึง การมีบริวาร มีลูกน้อง มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี มีลูกหลานว่านเครือดี บริวารรักใคร่สามัคคีกัน แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชาTags พระ พรหม - พิฆเนศวร - หลวง พ่อผาด วัดไร่ - หลวง พ่อผาด - วัด ไร่ - พระ พรหม หลวงพ่อผาด - พิฆเนศวร หลวงพ่อผาด |
เหรียญ ในหลวง เหรียญ แท้ เหรียญ เจริญ เหรียญ มหาลาภ เหรียญ หนุมาน เหรียญ เก่า เหรียญเหรียญ ชัยสมรภูมิ เหรียญ ปล้องอ้อย เหรียญ นาคเกี้ยว เหรียญ ข้าวหลามตัด เหรียญ เศรษฐี เหรียญ quantum เหรียญ us เหรียญ hi5 เหรียญ พระเจ้าตากสิน เหรียญ 5 แถว เหรียญ นิยม เหรียญ สมเด็จ เหรียญ พระพุทธเหรียญ โปรยทาน เหรียญ เจริญพร เหรียญ เก่าเหรียญ
วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
พระพรหม-พิฆเนศวร หลวงพ่อผาด วัดไร่
เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี หลวงพ่อบุญส่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหาร "หลวงพ่อบุญส่ง ภัททจาโร" หรือ "พระมหาเจติยา รักษ์" อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และอดีตเจ้าอาวาสวัด พระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวง ชั้นโท) ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นพระเถรานุ เถระชื่อดังรูปหนึ่งแห่งเมืองชัยนาท ที่มีศีลาจารวัตรเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมีหลวงพ่อบุญ ส่งเกิดในสกุลสุบินมิตร์ เป็นชาวชัยนาทโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2465 ในช่วงวัยหนุ่มเคยรับราชการครูอยู่ 2 ปี ก่อนลาออกเข้างานใหม่ เป็นหัวหน้าคนงานแขวงการทาง จ.ชัยนาท ทำงานได้เพียงปีเดียวเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการเป็นทหารอากาศ สังกัดทหารเสนารักษ์ เป็นเวลา 4 ปี ท่าน ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2489 ณ พัทธสีมาวัดศรีวิชัยวัฒนาราม อ.เมือง จ.ชัยนาท โดยมีพระมหาทองเลี่ยม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดบุญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาเมธี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ภัททาจาโร" พ.ศ.2511 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวงชั้นโท) เมื่ออายุล่วงเข้าสู่วัยชรา สุขภาพไม่แข็งแรง สุดท้ายได้มรณภาพด้วยโรคหัวใจ ณ โรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท เวลา 10.57 น. วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550 สิริอายุ 85 ปี พรรษา 62 ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2520 หลวงพ่อบุญส่งได้จัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี เพื่อหารายได้สมทบทุนบูรณะวัด จัดสร้างจำนวน 30,000 เหรียญ เป็นเนื้อทองแดง พิมพ์สี่เหลี่ยม โดยมีพระเกจิอาจารย์ที่มานั่งปรก ปลุกเสกและอธิษฐานจิตจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อโม วัดห้วยกรด, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, อาจารย์นอง วัดทรายขาว, หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรี, หลวงพ่ออุตตมะ วัดวิเวการาม, หลวงพ่อโอด วัดจันเสน, หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ, หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เป็นต้น เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี ปี 2520 ด้านหน้าเหรียญเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิเพชร มีรัศมีเป็นรูปใบโพธิ์ ด้านหลังเหรียญมีอักขระขอมคำว่า "นะ" เป็นตัวนูนเพียงตัวเดียว ไม่มีการจารหรือตอกโค้ด วัตถุมงคลเหรียญ หลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี รุ่นนี้มีประสบการณ์หลากหลาย มีพุทธคุณรอบด้าน ทั้งเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย จากภยันตรายทั้งปวง เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมจากบรรดาเซียนพระและนักนิยมสะสมพระเครื่องเป็น อย่างยิ่ง แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา
เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี หลวงพ่อบุญส่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหาร
"หลวงพ่อบุญส่ง ภัททจาโร" หรือ "พระมหาเจติยา รักษ์" อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และอดีตเจ้าอาวาสวัด พระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวง ชั้นโท) ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นพระเถรานุ เถระชื่อดังรูปหนึ่งแห่งเมืองชัยนาท ที่มีศีลาจารวัตรเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม
หลวงพ่อบุญ ส่งเกิดในสกุลสุบินมิตร์ เป็นชาวชัยนาทโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2465 ในช่วงวัยหนุ่มเคยรับราชการครูอยู่ 2 ปี ก่อนลาออกเข้างานใหม่ เป็นหัวหน้าคนงานแขวงการทาง จ.ชัยนาท ทำงานได้เพียงปีเดียวเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการเป็นทหารอากาศ สังกัดทหารเสนารักษ์ เป็นเวลา 4 ปี
ท่าน ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2489 ณ พัทธสีมาวัดศรีวิชัยวัฒนาราม อ.เมือง จ.ชัยนาท โดยมีพระมหาทองเลี่ยม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดบุญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาเมธี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ภัททาจาโร"
พ.ศ.2511 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวงชั้นโท) เมื่ออายุล่วงเข้าสู่วัยชรา สุขภาพไม่แข็งแรง สุดท้ายได้มรณภาพด้วยโรคหัวใจ ณ โรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท เวลา 10.57 น. วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550 สิริอายุ 85 ปี พรรษา 62
ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2520 หลวงพ่อบุญส่งได้จัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี เพื่อหารายได้สมทบทุนบูรณะวัด จัดสร้างจำนวน 30,000 เหรียญ เป็นเนื้อทองแดง พิมพ์สี่เหลี่ยม
โดยมีพระเกจิอาจารย์ที่มานั่งปรก ปลุกเสกและอธิษฐานจิตจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อโม วัดห้วยกรด, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, อาจารย์นอง วัดทรายขาว, หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรี, หลวงพ่ออุตตมะ วัดวิเวการาม, หลวงพ่อโอด วัดจันเสน, หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ, หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เป็นต้น
เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี ปี 2520 ด้านหน้าเหรียญเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิเพชร มีรัศมีเป็นรูปใบโพธิ์ ด้านหลังเหรียญมีอักขระขอมคำว่า "นะ" เป็นตัวนูนเพียงตัวเดียว ไม่มีการจารหรือตอกโค้ด
วัตถุมงคลเหรียญ หลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี รุ่นนี้มีประสบการณ์หลากหลาย มีพุทธคุณรอบด้าน ทั้งเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย จากภยันตรายทั้งปวง เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมจากบรรดาเซียนพระและนักนิยมสะสมพระเครื่องเป็น อย่างยิ่ง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
"หลวงพ่อบุญส่ง ภัททจาโร" หรือ "พระมหาเจติยา รักษ์" อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และอดีตเจ้าอาวาสวัด พระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวง ชั้นโท) ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นพระเถรานุ เถระชื่อดังรูปหนึ่งแห่งเมืองชัยนาท ที่มีศีลาจารวัตรเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม
ท่าน ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2489 ณ พัทธสีมาวัดศรีวิชัยวัฒนาราม อ.เมือง จ.ชัยนาท โดยมีพระมหาทองเลี่ยม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดบุญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาเมธี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ภัททาจาโร"
พ.ศ.2511 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวงชั้นโท) เมื่ออายุล่วงเข้าสู่วัยชรา สุขภาพไม่แข็งแรง สุดท้ายได้มรณภาพด้วยโรคหัวใจ ณ โรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท เวลา 10.57 น. วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550 สิริอายุ 85 ปี พรรษา 62
ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2520 หลวงพ่อบุญส่งได้จัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี เพื่อหารายได้สมทบทุนบูรณะวัด จัดสร้างจำนวน 30,000 เหรียญ เป็นเนื้อทองแดง พิมพ์สี่เหลี่ยม
โดยมีพระเกจิอาจารย์ที่มานั่งปรก ปลุกเสกและอธิษฐานจิตจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อโม วัดห้วยกรด, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, อาจารย์นอง วัดทรายขาว, หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรี, หลวงพ่ออุตตมะ วัดวิเวการาม, หลวงพ่อโอด วัดจันเสน, หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ, หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เป็นต้น
เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี ปี 2520 ด้านหน้าเหรียญเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิเพชร มีรัศมีเป็นรูปใบโพธิ์ ด้านหลังเหรียญมีอักขระขอมคำว่า "นะ" เป็นตัวนูนเพียงตัวเดียว ไม่มีการจารหรือตอกโค้ด
วัตถุมงคลเหรียญ หลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี รุ่นนี้มีประสบการณ์หลากหลาย มีพุทธคุณรอบด้าน ทั้งเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย จากภยันตรายทั้งปวง เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมจากบรรดาเซียนพระและนักนิยมสะสมพระเครื่องเป็น อย่างยิ่ง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา
หลวงปู่ทวด-พิฆเนศวร หลวงพ่อเสนอ วัดบ้านทุ่งเสรี
หลวงปู่ทวด-พิฆเนศวร หลวงพ่อเสนอ วัดบ้านทุ่งเสรี
วัดบ้านทุ่งเสรี หัวหมาก รามคำแหง ซอย 24 กรุงเทพฯ เดิมเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันไปตามหมู่บ้านเสรีในระยะแรกเริ่มพัฒนาขึ้นเป็น วัดมีพระสงฆ์ แต่ความจริงแล้ววัดแห่งนี้มิใช่วัดใหม่ เป็นวัดเก่าวัดแก่ที่มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์
ใน สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเห็นว่าอาณาบริเวณที่ดินแถวนั้นกลางทุ่งใหญ่บางตอนเป็นที่ ดอนสูงๆ ต่ำๆ น้ำหลากไปไม่ถึง การทำนาไม่ได้ผล จึงได้โปรดฯ ให้ขุดคลองลัดจากคลองพระโขนงมาบรรจบกับคลองกระจะเพื่อเชื่อมกับคลองแสนแสบ ให้เป็นทางระบายน้ำ ส่งน้ำให้บำรุงนาในที่ดอนและให้เป็นทางคมนาคมสัญจรไปมาหาสู่กัน โดยการเกณฑ์พวกทาสไพร่หลวงเชื้อสายลาวมาช่วยกันขุดคลองสายนี้จนสำเร็จ และได้ชื่อว่า "คลองลาว" มาจนถึงทุกวันนี้
ที่ดินซึ่งอยู่ตามแนวคลอง ลาว มาบรรจบกับคลองกระจะฝั่งเหนือจนถึงริมคลองแสนแสบนี้ บางตอนเป็นที่ดินพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิง แม้นเขียน พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) พระองค์เจ้าหญิงแม้นเขียนทรงเป็นผู้มีน้ำพระทัยเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธ ศาสนาอย่างลึกซึ้ง ทรงเห็นว่าขณะนั้นมีบรรดาข้าทาสบริพารตลอดจนประชาชนชาวพุทธอยู่อาศัยใกล้ๆ กับ บริเวณที่นาของพระองค์เป็นจำนวนมาก แต่บริเวณที่ใกล้เคียงแถวนั้นกลับไม่มีวัดหรือศาสนสถาน สำหรับประกอบกิจบำเพ็ญกุศลตามประเพณีในทางศาสนา คงมีแต่เพียง "วัดมหาบุศย์" ซึ่งเป็นต้นกำเนิดเรื่องผีนางนาคพระโขนง อยู่ริมคลองพระโขนง ซึ่งก็ไกลเหลือเกินสำหรับการบำเพ็ญบุญกุศลตามประเพณีนิยมทางศาสนาในสมัยนั้น
พระราชดำริเช่นนี้แล้วจึงได้โปรดให้สร้างวัดขึ้นในที่ดิน อันเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ระหว่างคลองลาวบรรจบกับคลองกระจะ รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่เศษ และได้ขนานนามวัดนี้ว่า "วัดบ้าน ทุ่งแม้นเขียน" ซึ่งชาวบ้านทั่วไปพากันเรียกสั้นๆ ว่า "วัด บ้านทุ่งเสรี"
จนกระทั่ง "พระครูปลัดเสนอ อนังคโน" ศิษย์เอกของหลวงพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ผู้ซึ่งมีความอดทนอุตสาหะพากเพียร ยอมสละแม้แรงกายแรงใจ มุ่งพัฒนาสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
"หลวงพ่อเสนอ" ท่านเป็นชาวอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช บวชแล้วศึกษาพุทธาคมกับพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ จากนั้นก็ศึกษากับหลวงพ่อสงฆ์ วัดศาลาลอย และในเวลาต่อมาหลวงพ่อ เสนอได้เรียนกับหลวงปู่โต๊ะ ที่วัดประดู่ฉิมพลี เป็นเวลา 12 ปี หลวงปู่โต๊ะละสังขาร บรรดาศรัทธาญาติโยมจึงได้นิมนต์ให้ท่านมาพัฒนาวัดร้างทุ่งแม้นเขียน หรือวัดบ้านทุ่งเสรี หัวหมาก รามคำแหง ซอย 24 กรุง เทพฯ ใช้เวลาไม่นานนักจากวัดที่รกร้างจนเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองที่เห็นใน ปัจจุบันนี้
"หลวงพ่อเสนอ" ท่านได้ดำริจัดสร้าง "หลวงปู่ทวด-พระพิฆเนศวร" พลังสเคลาร์บวกพลัง 108 บารมี นำเข้าพิธีพุทธาภิเษก เทวาภิเษก เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2552 ณ วัดดอนบุพผา อ.ศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี พิธีครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2552 ณ อุโบสถวัด ทุ่งเสรี กรุงเทพฯ พิธีครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2552 วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย พิธีครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2552 ณ อุโบสถวัดบ้านทุ่งเสรี กรุงเทพฯ พิธีครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2552 วัดหาดสูง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช สุดยอดพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก
วัตถุมงคลรุ่นนี้ปัจจุบันได้รับความ นิยมจากนักสะสมอย่างมาก เป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดประมาณ มีปาฏิหาริย์สุดบรรยาย มีอานุภาพสุดคณานับ เป็นที่ยอมรับกันในหมู่ศิษย์ว่า ใครมีบูชาติดตัวแล้วชีวิตเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ค้าขายร่ำรวย
สนใจ ร่วมบุญบูชาหลวงปู่ทวด-พระพิฆเนศวร-มงคลจักรวาลพระตรัสรู้-รูปเหมือนพ่อท่าน คล้ายทรงกลม พลังสเคลาร์บวกพลัง 108 บารมี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว ติดต่อได้ที่ วัดบ้านทุ่ง เสรี หัวหมาก ซอย 24 กรุงเทพฯ โทร. 0-2314-1406, 0-2318-4643, 08-6506-7898
รายได้สมทบทุนสร้างสำนักปฏิบัติธรรมสวนพระหินเขาโพธิ์ ก.ม.430 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
วัดบ้านทุ่งเสรี หัวหมาก รามคำแหง ซอย 24 กรุงเทพฯ เดิมเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันไปตามหมู่บ้านเสรีในระยะแรกเริ่มพัฒนาขึ้นเป็น วัดมีพระสงฆ์ แต่ความจริงแล้ววัดแห่งนี้มิใช่วัดใหม่ เป็นวัดเก่าวัดแก่ที่มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์
ที่ดินซึ่งอยู่ตามแนวคลอง ลาว มาบรรจบกับคลองกระจะฝั่งเหนือจนถึงริมคลองแสนแสบนี้ บางตอนเป็นที่ดินพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิง แม้นเขียน พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) พระองค์เจ้าหญิงแม้นเขียนทรงเป็นผู้มีน้ำพระทัยเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธ ศาสนาอย่างลึกซึ้ง ทรงเห็นว่าขณะนั้นมีบรรดาข้าทาสบริพารตลอดจนประชาชนชาวพุทธอยู่อาศัยใกล้ๆ กับ บริเวณที่นาของพระองค์เป็นจำนวนมาก แต่บริเวณที่ใกล้เคียงแถวนั้นกลับไม่มีวัดหรือศาสนสถาน สำหรับประกอบกิจบำเพ็ญกุศลตามประเพณีในทางศาสนา คงมีแต่เพียง "วัดมหาบุศย์" ซึ่งเป็นต้นกำเนิดเรื่องผีนางนาคพระโขนง อยู่ริมคลองพระโขนง ซึ่งก็ไกลเหลือเกินสำหรับการบำเพ็ญบุญกุศลตามประเพณีนิยมทางศาสนาในสมัยนั้น
พระราชดำริเช่นนี้แล้วจึงได้โปรดให้สร้างวัดขึ้นในที่ดิน อันเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ระหว่างคลองลาวบรรจบกับคลองกระจะ รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่เศษ และได้ขนานนามวัดนี้ว่า "วัดบ้าน ทุ่งแม้นเขียน" ซึ่งชาวบ้านทั่วไปพากันเรียกสั้นๆ ว่า "วัด บ้านทุ่งเสรี"
จนกระทั่ง "พระครูปลัดเสนอ อนังคโน" ศิษย์เอกของหลวงพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ผู้ซึ่งมีความอดทนอุตสาหะพากเพียร ยอมสละแม้แรงกายแรงใจ มุ่งพัฒนาสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
"หลวงพ่อเสนอ" ท่านเป็นชาวอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช บวชแล้วศึกษาพุทธาคมกับพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ จากนั้นก็ศึกษากับหลวงพ่อสงฆ์ วัดศาลาลอย และในเวลาต่อมาหลวงพ่อ เสนอได้เรียนกับหลวงปู่โต๊ะ ที่วัดประดู่ฉิมพลี เป็นเวลา 12 ปี หลวงปู่โต๊ะละสังขาร บรรดาศรัทธาญาติโยมจึงได้นิมนต์ให้ท่านมาพัฒนาวัดร้างทุ่งแม้นเขียน หรือวัดบ้านทุ่งเสรี หัวหมาก รามคำแหง ซอย 24 กรุง เทพฯ ใช้เวลาไม่นานนักจากวัดที่รกร้างจนเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองที่เห็นใน ปัจจุบันนี้
"หลวงพ่อเสนอ" ท่านได้ดำริจัดสร้าง "หลวงปู่ทวด-พระพิฆเนศวร" พลังสเคลาร์บวกพลัง 108 บารมี นำเข้าพิธีพุทธาภิเษก เทวาภิเษก เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2552 ณ วัดดอนบุพผา อ.ศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี พิธีครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2552 ณ อุโบสถวัด ทุ่งเสรี กรุงเทพฯ พิธีครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2552 วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย พิธีครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2552 ณ อุโบสถวัดบ้านทุ่งเสรี กรุงเทพฯ พิธีครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2552 วัดหาดสูง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช สุดยอดพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก
วัตถุมงคลรุ่นนี้ปัจจุบันได้รับความ นิยมจากนักสะสมอย่างมาก เป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดประมาณ มีปาฏิหาริย์สุดบรรยาย มีอานุภาพสุดคณานับ เป็นที่ยอมรับกันในหมู่ศิษย์ว่า ใครมีบูชาติดตัวแล้วชีวิตเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ค้าขายร่ำรวย
สนใจ ร่วมบุญบูชาหลวงปู่ทวด-พระพิฆเนศวร-มงคลจักรวาลพระตรัสรู้-รูปเหมือนพ่อท่าน คล้ายทรงกลม พลังสเคลาร์บวกพลัง 108 บารมี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว ติดต่อได้ที่ วัดบ้านทุ่ง เสรี หัวหมาก ซอย 24 กรุงเทพฯ โทร. 0-2314-1406, 0-2318-4643, 08-6506-7898
รายได้สมทบทุนสร้างสำนักปฏิบัติธรรมสวนพระหินเขาโพธิ์ ก.ม.430 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา
เหรียญรุ่น ณ เมตตา ครูบาน้อย เตชปัญโญ วัดศรีดอนมูล "พระครูสิริศีลสังวร" หรือ "ครูบาน้อย เตชปัญโญ" เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นพระเกจิชื่อดังที่ชาวล้านนายกย่องให้เป็นพระยอดกตัญญูแห่งล้านนา ครูบาน้อยได้เข้านิโรธกรรม โดยศึกษาประ วัติจากครูบาเจ้าศรีวิชัย จนมาศึกษาวิธีปฏิบัติการเข้านิโรธกรรม เพื่ออธิษฐานจิตให้ครูบาผัด พระอาจารย์ให้หายจากอาการอาพาธ ด้วยถือเป็นหนทางสุดท้าย ต่อมาการเข้านิโรธกรรมของครูบาน้อยสัมฤทธิผล ครูบาผัด อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล พระเกจิชื่อดังอีกท่านหนึ่งของล้านนาที่อยู่ในอาการอาพาธป่วยหนักได้หายลง เหรียญรุ่น ณ เมตตา ครูบาน้อยนับแต่นั้นมาครู บาน้อยได้ถือการเข้า- ออกนิโรธกรรม เพื่ออธิษฐานจิตให้กับครูบาอาจารย์ มารดา จนกระทั่งครูบาน้อยมี วัย วุฒิ 60 ปี ทั้งนี้ คณะศิษยานุศิษย์และคณะกรรมการวัดศรีดอนมูล รวมทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกันและได้มีมติสร้างเหรียญ ครบรอบ 60 ปี ครูบาน้อย เตชปัญโญ เหรียญวัตถุมงคลครูบาน้อย มีชื่อรุ่นว่า "ณ เมตตา" คณะผู้จัดสร้างได้นำเหรียญมงคลนี้เข้าไปในพิธีเข้า-ออกนิโรธกรรม ปี ที่ 17 เมื่อวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2553 โดยครูบาน้อยได้ นั่งอธิษฐานจิตเหรียญดังกล่าวไปพร้อมกับการเข้าออกนิโรธกรรม เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน รายได้ทั้งหมดสมทบทุนนำไปซื้อที่ดินสร้างโรงพยาบาลตำบลชมภู สำหรับ เหรียญครูบาน้อย รุ่น ณ เมตตา มีพุทธคุณแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ รวมทั้งป้องกันสิ่งอัปมงคลภูตผีปีศาจ รวมทั้งมีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม สมปรารถนาทุกประ การ นอกจากนี้ มีเหรียญวัตถุมงคลที่ทำออกมารุ่นเดียวกันกับเหรียญครูบา น้อย รุ่น ณ เมตตา ประกอบด้วย เหรียญครูบาน้อย รุ่นกินไม่หมด, เหรียญสองหน้า และพระอุปคุต เหรียญครูบาน้อยมีทั้งหมด 5 แบบ เป็นเหรียญเงินลงยา, เหรียญเงินบริสุทธิ์, เหรียญนวโลหะ, เหรียญสามกษัตริย์, เหรียญทองผสม จำนวน การจัดสร้างเนื้อเงินลงยา 199 เหรียญ เนื้อเงินบริสุทธิ์ 199 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 299 เหรียญ เนื้อสามกษัตริย์ 999 เหรียญ เนื้อทองผสม 2,999 เหรียญ ราคาเช่าบูชาตั้งแต่ 99-3,000 บาท ประกอบพิธีเมื่อวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2552 ชาวล้านนาถือว่าเป็นวันที่พระอุปคุตออกบิณฑบาตโปรดศรัทธาสาธุชน ใครได้ใส่บาตรพระในวันดังกล่าวจะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง ทั้ง นี้ เหรียญครูบาน้อย รุ่น ณ เมตตา เป็นเหรียญกลมลงยา ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปครูบาน้อยนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ลงสีจีวรเป็นสีเหลือง มือข้างหนึ่งถือลูกประคำ ลงอักขระยันต์ด้านข้างรูปเหมือน ส่วนใต้รูปเหมือนลงยันต์นะเมตตา ด้านหลังเหรียญเป็นรูปยันต์อักขระ ใต้ยันต์เขียนคำว่า "พระครูบาน้อย เตชปญโญ วัดศรีดอนมูล จ.เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๕๓" ผู้ที่สนใจหาเช่าบูชาได้ที่วัดศรีดอนมูลเพียงแห่งเดียว เท่านั้น รายได้จากการเช่าบูชาทั้งหมดนำไปซื้อที่ดิน เพื่อสร้างโรงพยาบาลประจำตำบลชมภูต่อไป แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา
เหรียญรุ่น ณ เมตตา ครูบาน้อย เตชปัญโญ วัดศรีดอนมูล
"พระครูสิริศีลสังวร" หรือ "ครูบาน้อย เตชปัญโญ" เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นพระเกจิชื่อดังที่ชาวล้านนายกย่องให้เป็นพระยอดกตัญญูแห่งล้านนา ครูบาน้อยได้เข้านิโรธกรรม โดยศึกษาประ วัติจากครูบาเจ้าศรีวิชัย จนมาศึกษาวิธีปฏิบัติการเข้านิโรธกรรม เพื่ออธิษฐานจิตให้ครูบาผัด พระอาจารย์ให้หายจากอาการอาพาธ ด้วยถือเป็นหนทางสุดท้าย ต่อมาการเข้านิโรธกรรมของครูบาน้อยสัมฤทธิผล ครูบาผัด อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล พระเกจิชื่อดังอีกท่านหนึ่งของล้านนาที่อยู่ในอาการอาพาธป่วยหนักได้หายลง
นับแต่นั้นมาครู บาน้อยได้ถือการเข้า- ออกนิโรธกรรม เพื่ออธิษฐานจิตให้กับครูบาอาจารย์ มารดา จนกระทั่งครูบาน้อยมี วัย วุฒิ 60 ปี ทั้งนี้ คณะศิษยานุศิษย์และคณะกรรมการวัดศรีดอนมูล รวมทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกันและได้มีมติสร้างเหรียญ ครบรอบ 60 ปี ครูบาน้อย เตชปัญโญ
เหรียญวัตถุมงคลครูบาน้อย มีชื่อรุ่นว่า "ณ เมตตา" คณะผู้จัดสร้างได้นำเหรียญมงคลนี้เข้าไปในพิธีเข้า-ออกนิโรธกรรม ปี ที่ 17 เมื่อวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2553 โดยครูบาน้อยได้ นั่งอธิษฐานจิตเหรียญดังกล่าวไปพร้อมกับการเข้าออกนิโรธกรรม เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน รายได้ทั้งหมดสมทบทุนนำไปซื้อที่ดินสร้างโรงพยาบาลตำบลชมภู
สำหรับ เหรียญครูบาน้อย รุ่น ณ เมตตา มีพุทธคุณแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ รวมทั้งป้องกันสิ่งอัปมงคลภูตผีปีศาจ รวมทั้งมีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม สมปรารถนาทุกประ การ
นอกจากนี้ มีเหรียญวัตถุมงคลที่ทำออกมารุ่นเดียวกันกับเหรียญครูบา น้อย รุ่น ณ เมตตา ประกอบด้วย เหรียญครูบาน้อย รุ่นกินไม่หมด, เหรียญสองหน้า และพระอุปคุต เหรียญครูบาน้อยมีทั้งหมด 5 แบบ เป็นเหรียญเงินลงยา, เหรียญเงินบริสุทธิ์, เหรียญนวโลหะ, เหรียญสามกษัตริย์, เหรียญทองผสม
จำนวน การจัดสร้างเนื้อเงินลงยา 199 เหรียญ เนื้อเงินบริสุทธิ์ 199 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 299 เหรียญ เนื้อสามกษัตริย์ 999 เหรียญ เนื้อทองผสม 2,999 เหรียญ ราคาเช่าบูชาตั้งแต่ 99-3,000 บาท ประกอบพิธีเมื่อวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2552 ชาวล้านนาถือว่าเป็นวันที่พระอุปคุตออกบิณฑบาตโปรดศรัทธาสาธุชน ใครได้ใส่บาตรพระในวันดังกล่าวจะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง
ทั้ง นี้ เหรียญครูบาน้อย รุ่น ณ เมตตา เป็นเหรียญกลมลงยา ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปครูบาน้อยนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ลงสีจีวรเป็นสีเหลือง มือข้างหนึ่งถือลูกประคำ ลงอักขระยันต์ด้านข้างรูปเหมือน ส่วนใต้รูปเหมือนลงยันต์นะเมตตา ด้านหลังเหรียญเป็นรูปยันต์อักขระ ใต้ยันต์เขียนคำว่า "พระครูบาน้อย เตชปญโญ วัดศรีดอนมูล จ.เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๕๓"
ผู้ที่สนใจหาเช่าบูชาได้ที่วัดศรีดอนมูลเพียงแห่งเดียว เท่านั้น รายได้จากการเช่าบูชาทั้งหมดนำไปซื้อที่ดิน เพื่อสร้างโรงพยาบาลประจำตำบลชมภูต่อไป
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
"พระครูสิริศีลสังวร" หรือ "ครูบาน้อย เตชปัญโญ" เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นพระเกจิชื่อดังที่ชาวล้านนายกย่องให้เป็นพระยอดกตัญญูแห่งล้านนา ครูบาน้อยได้เข้านิโรธกรรม โดยศึกษาประ วัติจากครูบาเจ้าศรีวิชัย จนมาศึกษาวิธีปฏิบัติการเข้านิโรธกรรม เพื่ออธิษฐานจิตให้ครูบาผัด พระอาจารย์ให้หายจากอาการอาพาธ ด้วยถือเป็นหนทางสุดท้าย ต่อมาการเข้านิโรธกรรมของครูบาน้อยสัมฤทธิผล ครูบาผัด อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล พระเกจิชื่อดังอีกท่านหนึ่งของล้านนาที่อยู่ในอาการอาพาธป่วยหนักได้หายลง
เหรียญวัตถุมงคลครูบาน้อย มีชื่อรุ่นว่า "ณ เมตตา" คณะผู้จัดสร้างได้นำเหรียญมงคลนี้เข้าไปในพิธีเข้า-ออกนิโรธกรรม ปี ที่ 17 เมื่อวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2553 โดยครูบาน้อยได้ นั่งอธิษฐานจิตเหรียญดังกล่าวไปพร้อมกับการเข้าออกนิโรธกรรม เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน รายได้ทั้งหมดสมทบทุนนำไปซื้อที่ดินสร้างโรงพยาบาลตำบลชมภู
สำหรับ เหรียญครูบาน้อย รุ่น ณ เมตตา มีพุทธคุณแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ รวมทั้งป้องกันสิ่งอัปมงคลภูตผีปีศาจ รวมทั้งมีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม สมปรารถนาทุกประ การ
นอกจากนี้ มีเหรียญวัตถุมงคลที่ทำออกมารุ่นเดียวกันกับเหรียญครูบา น้อย รุ่น ณ เมตตา ประกอบด้วย เหรียญครูบาน้อย รุ่นกินไม่หมด, เหรียญสองหน้า และพระอุปคุต เหรียญครูบาน้อยมีทั้งหมด 5 แบบ เป็นเหรียญเงินลงยา, เหรียญเงินบริสุทธิ์, เหรียญนวโลหะ, เหรียญสามกษัตริย์, เหรียญทองผสม
จำนวน การจัดสร้างเนื้อเงินลงยา 199 เหรียญ เนื้อเงินบริสุทธิ์ 199 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 299 เหรียญ เนื้อสามกษัตริย์ 999 เหรียญ เนื้อทองผสม 2,999 เหรียญ ราคาเช่าบูชาตั้งแต่ 99-3,000 บาท ประกอบพิธีเมื่อวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2552 ชาวล้านนาถือว่าเป็นวันที่พระอุปคุตออกบิณฑบาตโปรดศรัทธาสาธุชน ใครได้ใส่บาตรพระในวันดังกล่าวจะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง
ทั้ง นี้ เหรียญครูบาน้อย รุ่น ณ เมตตา เป็นเหรียญกลมลงยา ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปครูบาน้อยนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ลงสีจีวรเป็นสีเหลือง มือข้างหนึ่งถือลูกประคำ ลงอักขระยันต์ด้านข้างรูปเหมือน ส่วนใต้รูปเหมือนลงยันต์นะเมตตา ด้านหลังเหรียญเป็นรูปยันต์อักขระ ใต้ยันต์เขียนคำว่า "พระครูบาน้อย เตชปญโญ วัดศรีดอนมูล จ.เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๕๓"
ผู้ที่สนใจหาเช่าบูชาได้ที่วัดศรีดอนมูลเพียงแห่งเดียว เท่านั้น รายได้จากการเช่าบูชาทั้งหมดนำไปซื้อที่ดิน เพื่อสร้างโรงพยาบาลประจำตำบลชมภูต่อไป
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา
ตาเฒ่าชูชก ปากแดง (ตาเฒ่า เจ้าทรัพย์) หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม วัดซับตะเคียน
ตาเฒ่าชูชก ปากแดง (ตาเฒ่า เจ้าทรัพย์) หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม วัดซับตะเคียน
พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง "หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม" ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชร บูรณ์ ท่านเป็นศิษย์เอกสืบสายวิทยาคมจาก "หลวงพ่อทบ" ตอนที่ท่านอายุได้ 12 ปี บิดาถึงแก่กรรม จึงได้บรรพชาให้โยมบิดา แต่ด้วยความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า แม้จะเสร็จงานศพบิดา แต่ไม่ยินยอมลาสึก ขออนุญาตโยมมารดาบวชเรียนต่อ
หลัง จากบวชแล้วได้ เรียนวิชากับหลวงพ่อทบ และเดินธุดงค์มากว่า 50 ปี สร้างวัตถุมงคลดังในยุทธการเขาค้อ และสุดยอดวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังที่ได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหา และนักสะสมกล่าวขวัญเป็นอย่างมาก เหมาะกับยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ต้องเครื่องรางของขลังประเภท "ชูชก"
ชู ชก คือพราหมณ์ชรา ภารทวาชโคตร ซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขอทาน อาศัยอยู่ที่บ้านพราหมณ์ชื่อทุนวิฏฐะ ในกลิงคราษฎร์ ได้เมียสาวสวยชื่อ นางอมิตตดา เมื่อได้นางอมิตตดาซึ่งเป็นสาวสวยแรกรุ่นเป็นภรรยา จึงหลงใหลนางมาก นางอมิตตดาได้ปรนนิบัติสามีเป็นอย่างดีตามหน้าที่ของภรรยาทุกประการ

พระเกจิอาจารย์ในอดีตจวบจนปัจจุบันนิยมสร้างเครื่องรางของขลัง "ชู ชก" เพราะขอเก่ง ขอได้แม้กระ ทั่งลูก มีเมียสวย
หลวงปู่ขุ้ยท่านได้จัด สร้างวัตถุมงคลชูชก ด้วยการลงยันต์จินดามณีเต็มสูตร ที่พระสังข์เรียกเนื้อเรียกปลาได้ ผู้นำไปบูชาก็เรียกเงินทองโชคลาภได้เช่นกัน ชูชกรุ่นแรกของหลวงปู่ ขุ้ยที่พลิกตำราเก่าดั้งเดิม ลงยันต์จินดามณีเพิ่มรูปสูตรเต็ม เสกให้คนนำเนื้อข้าวปลาอาหารบริโภคมามอบให้ เอ่ยปากขอก็ได้ ไม่ขอเขาก็เอามาประเคนถึงที่ ซึ่งปัจจุบันมีค่านิยมสูงมาก หายากเป็นที่สุด
ในปีนี้ลูกศิษย์เรียกร้องให้ "หลวงปู่ขุ้ย" สร้างชูชกอีก เพราะชูชกหลวงปู่ขุ้ยทุกรุ่นสนนราคาเล่นหาแพงไปหมดแล้ว เหตุผลหลักเลยคือ ท่านเป็นเจ้าตำรับชูชก หรือตาเฒ่าเจ้าทรัพย์ ใครๆ ก็อยากได้ชูชกที่เจ้าตำรับอย่างหลวงปู่ขุ้ยสร้าง ทั้งนั้น มีประสบการณ์ทางด้านค้าขายทำมาหากินมีโชคลาภ
เหตุ ที่หลวงปู่ขุ้ยสร้าง "ตาเฒ่าชูชกปากแดง" เพราะว่ามีทรัพย์มากที่สุด คนรวย คนมีทรัพย์ หรือคนมีเงินจะมีลักษณะพิเศษแดงอยู่ 5 จุดคือ ปากแดง 1 มือทั้ง 2 เท้าทั้ง 2 รวมเป็น 5 คนมือแดง ปากแดง เท้าแดง ไม่มีวันจน มีแต่รวย มีกินอิ่ม ไม่มีอด
ผู้ใดบูชาชูชกปากแดง นอกจากจะถูกโฉลก ปีขาล 2553 แล้ว ยังมีแต่โชคลาภร่ำรวยมั่งมีเงินมั่งมีทรัพย์ ไม่รู้จักคำว่าอดอยากยากจน คำว่าสิ้นหวังล้มเหลว ก็ไม่ต้องพบเจอไม่ต้องเข้ามาใกล้ โดยมีวิธีบูชาด้วยการจุดธูป 16 ดอก นำผลไม้ของหวาน กล้วย, อ้อย, โรตี, ขนม, นม และเนย มาถวาย ขออะไรก็ขอไป วันต่อไปถ้าทำได้ให้ไปถวายสังฆทานให้เจ้ากรรมนายเวรจะได้ผลดียิ่ง
ตาเฒ่าชูชกปากแดง พิมพ์เล็ก เนื้อทองทิพย์ จัดสร้างจำนวน 2,599 ตน พิมพ์เล็ก เนื้อนวโลหะแก่เงิน สร้างจำนวน 599 ตน พิมพ์ใหญ่ เนื้อทองทิพย์ สร้างจำนวน 1,599 ตน พิมพ์ใหญ่ เนื้อนวโลหะแก่เงิน สร้างจำนวน 599 ตน
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง "หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม" ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชร บูรณ์ ท่านเป็นศิษย์เอกสืบสายวิทยาคมจาก "หลวงพ่อทบ" ตอนที่ท่านอายุได้ 12 ปี บิดาถึงแก่กรรม จึงได้บรรพชาให้โยมบิดา แต่ด้วยความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า แม้จะเสร็จงานศพบิดา แต่ไม่ยินยอมลาสึก ขออนุญาตโยมมารดาบวชเรียนต่อ
ชู ชก คือพราหมณ์ชรา ภารทวาชโคตร ซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขอทาน อาศัยอยู่ที่บ้านพราหมณ์ชื่อทุนวิฏฐะ ในกลิงคราษฎร์ ได้เมียสาวสวยชื่อ นางอมิตตดา เมื่อได้นางอมิตตดาซึ่งเป็นสาวสวยแรกรุ่นเป็นภรรยา จึงหลงใหลนางมาก นางอมิตตดาได้ปรนนิบัติสามีเป็นอย่างดีตามหน้าที่ของภรรยาทุกประการ
พระเกจิอาจารย์ในอดีตจวบจนปัจจุบันนิยมสร้างเครื่องรางของขลัง "ชู ชก" เพราะขอเก่ง ขอได้แม้กระ ทั่งลูก มีเมียสวย
หลวงปู่ขุ้ยท่านได้จัด สร้างวัตถุมงคลชูชก ด้วยการลงยันต์จินดามณีเต็มสูตร ที่พระสังข์เรียกเนื้อเรียกปลาได้ ผู้นำไปบูชาก็เรียกเงินทองโชคลาภได้เช่นกัน ชูชกรุ่นแรกของหลวงปู่ ขุ้ยที่พลิกตำราเก่าดั้งเดิม ลงยันต์จินดามณีเพิ่มรูปสูตรเต็ม เสกให้คนนำเนื้อข้าวปลาอาหารบริโภคมามอบให้ เอ่ยปากขอก็ได้ ไม่ขอเขาก็เอามาประเคนถึงที่ ซึ่งปัจจุบันมีค่านิยมสูงมาก หายากเป็นที่สุด
ในปีนี้ลูกศิษย์เรียกร้องให้ "หลวงปู่ขุ้ย" สร้างชูชกอีก เพราะชูชกหลวงปู่ขุ้ยทุกรุ่นสนนราคาเล่นหาแพงไปหมดแล้ว เหตุผลหลักเลยคือ ท่านเป็นเจ้าตำรับชูชก หรือตาเฒ่าเจ้าทรัพย์ ใครๆ ก็อยากได้ชูชกที่เจ้าตำรับอย่างหลวงปู่ขุ้ยสร้าง ทั้งนั้น มีประสบการณ์ทางด้านค้าขายทำมาหากินมีโชคลาภ
เหตุ ที่หลวงปู่ขุ้ยสร้าง "ตาเฒ่าชูชกปากแดง" เพราะว่ามีทรัพย์มากที่สุด คนรวย คนมีทรัพย์ หรือคนมีเงินจะมีลักษณะพิเศษแดงอยู่ 5 จุดคือ ปากแดง 1 มือทั้ง 2 เท้าทั้ง 2 รวมเป็น 5 คนมือแดง ปากแดง เท้าแดง ไม่มีวันจน มีแต่รวย มีกินอิ่ม ไม่มีอด
ผู้ใดบูชาชูชกปากแดง นอกจากจะถูกโฉลก ปีขาล 2553 แล้ว ยังมีแต่โชคลาภร่ำรวยมั่งมีเงินมั่งมีทรัพย์ ไม่รู้จักคำว่าอดอยากยากจน คำว่าสิ้นหวังล้มเหลว ก็ไม่ต้องพบเจอไม่ต้องเข้ามาใกล้ โดยมีวิธีบูชาด้วยการจุดธูป 16 ดอก นำผลไม้ของหวาน กล้วย, อ้อย, โรตี, ขนม, นม และเนย มาถวาย ขออะไรก็ขอไป วันต่อไปถ้าทำได้ให้ไปถวายสังฆทานให้เจ้ากรรมนายเวรจะได้ผลดียิ่ง
ตาเฒ่าชูชกปากแดง พิมพ์เล็ก เนื้อทองทิพย์ จัดสร้างจำนวน 2,599 ตน พิมพ์เล็ก เนื้อนวโลหะแก่เงิน สร้างจำนวน 599 ตน พิมพ์ใหญ่ เนื้อทองทิพย์ สร้างจำนวน 1,599 ตน พิมพ์ใหญ่ เนื้อนวโลหะแก่เงิน สร้างจำนวน 599 ตน
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา
เหรียญ หลวงพ่อทุเรียน ฐิติสาโร วัดลักษณาราม
เหรียญ หลวงพ่อทุเรียน ฐิติสาโร วัดลักษณาราม
"วัดลักษณาราม" ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเพชรบุรี ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เมื่อครั้งที่ "พระครูวิบูลวชิรสาร" หรือ "หลวง พ่อทุเรียน ฐิติสาโร" ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเป็นรูปที่ 5 กล่าวได้ว่าหลวงพ่อทุเรียนเป็นพระนักพัฒนา ช่วยเหลือชาวบ้านผู้เดือดร้อนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความร่มเย็นเป็นสุข
ท่านได้พัฒนาวัดอย่างต่อเนื่อง จวบจนวัดลักษณารามมีเสนาสนะพร้อมสรรพ ทั้งอุโบสถ ซุ้มประตูวัด บานประตู บานหน้าต่าง หรือตามผนังโบสถ์ ล้วนแล้วแต่งดงามวิจิตร ด้วยศิลปะสถาปัตยกรรม ไทยที่เป็นเลิศ โดยช่างฝีมือของชาวเพชรบุรี เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาพุทธศาสนิกชนทั้งในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง"วัดลักษณาราม" ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเพชรบุรี ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เมื่อครั้งที่ "พระครูวิบูลวชิรสาร" หรือ "หลวง พ่อทุเรียน ฐิติสาโร" ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเป็นรูปที่ 5 กล่าวได้ว่าหลวงพ่อทุเรียนเป็นพระนักพัฒนา ช่วยเหลือชาวบ้านผู้เดือดร้อนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความร่มเย็นเป็นสุข
หลวงพ่อทุเรียนได้มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2541 นับเป็นการสูญเสียพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ตั้งมั่นในธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีต่อพุทธศาสนิกชน รุ่นหลัง
อย่างไรก็ตาม เหรียญวัตถุมงคลหลวงพ่อทุเรียนที่ได้รับความ นิยมจากบรรดาเซียนพระและนักนิยมสะสมพระเครื่อง คือ เหรียญหลวงพ่อทุเรียน รุ่นทำบุญอายุ 70 ปี เป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดงรมดำ โดยมีพระเกจิอาจารย์สายเมืองเพชรบุรีและสายปักษ์ใต้ รวมกว่า 10 รูปประกอบพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลเหรียญรุ่นนี้ จึงนับว่ามีความเข้มขลังในพุทธคุณเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแค่เหรียญก็มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว
ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อทุเรียนครึ่งองค์ ขอบบนเขียนคำว่า "งานทำบุญอายุ ๗๐ ปี และฉลองสัญญาบัตรพัดยศชั้นเอก" ขอบล่างเขียนคำว่า "พระครูวิบูลวชิรสาร (ทุเรียน)"
ด้านหลังเหรียญ เป็นรูปหลวงปู่วัดลักษณารามนั่งเต็มองค์ บริเวณขอบเหรียญเขียนคำว่า "หลวงปู่วัดลักษณาราม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี" ขอบล่างเขียนคำว่า "๑๖ พ.ย. ๒๓"
ทั้งนี้ ผู้ที่มีเหรียญรุ่นดังกล่าวไว้ในครอบครอง ต่างพูดถึงประสบการณ์อัศจรรย์ในการบูชาเหรียญหลวงพ่อทุเรียน ที่มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ ค้าขายดี และปกป้องคุ้มครองผู้ที่เดินทางให้แคล้วคลาดปลอดภัย
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา
ป้ายกำกับ:
เหรียญ หลวงพ่อทุเรียน ฐิติสาโร วัดลักษณาราม
พระสมเด็จมีเงิน รุ่นแรก หลวงปู่บุญมี อัตตรักโข วัดวาปีรัตนาราม ปี2514
พระสมเด็จมีเงิน รุ่นแรก หลวงปู่บุญมี อัตตรักโข วัดวาปีรัตนาราม ปี2514
"หลวงปู่บุญมี อัตตรักโข" หรือ "พระครูนิพัทธ ปริยัติกิจ" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองนครสวรรค์ นามของท่านที่คุ้นเคยของบรรดาคณะศิษย์ผู้ใกล้ชิด รวมไปถึงวงการนักนิยมสะสมวัตถุมงคลเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เปี่ยม ด้วยเมตตาสูง เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา ที่ชาวบ้านต่างเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง หลวงปู่บุญมีเป็น ชาวนครสวรรค์โดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2471 ที่บ้านหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2491 ณ พัทธสีมาวัดหัวงิ้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ โดยมีพระครูพยุหานุศาสน์ หรือหลวงพ่อชิต ชิตะจิตโต วัดยางขาว เป็นพระอุปัชฌาย์
หลวงปู่บุญมี ได้ศึกษาวิทยาคม การบริกรรมจิตเป็นสมาธิ การเสกน้ำรักษาโรค คาถาพระกาฬ คาถาตวาดป่าหิมพานต์ คาถาแคล้วคลาด คาถาพระเจ้าห้าพระองค์ จากพระเกจิชื่อดังมากมาย อาทิ หลวงพ่อช้อย วัดหัวงิ้ว, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว, หลวงพ่อคูณ วัดห้วยดุก, หลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงส์, หลวงพ่อโอ วัดหางน้ำหนองแขม เป็นต้น
ปัจจุบันสิริอายุ 82 ปี พรรษา 62 ดำรง ตำแหน่งเจ้าคณะตำบลหนองโพ เขต 2 และเจ้าอาวาสอัตตรักโข ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
ราวปี พ.ศ.2514 หลวงปู่บุญมีได้จัดสร้างวัตถุมงคลเป็นรุ่น แรก เพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างศาลาการเปรียญและบูรณะอุโบสถวัดวาปีรัตนาราม โดยรวบรวมผงพุทธคุณ 108 อาทิ ผงหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ, ผงหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, ทรายเสก หลวงพ่อโอด วัดจันเสน และดอกบัวเสกของหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
ผงพุทธคุณดังกล่าวได้จัดสร้าง เป็นพระสมเด็จ เรียกว่า "สมเด็จ มีเงิน รุ่นแรก" พ.ศ.2514 มี 2 พิมพ์ เป็นพิมพ์นักกล้าม และพิมพ์อกเล็ก
ลักษณะเป็นพระสมเด็จ 3 ชั้น หูบายศรี ด้านหลังเป็นพื้นเรียบ บางองค์มียันต์เมตตา (ยันต์นะ ชาลีติ) หลวงพ่อเดิม และนำไปให้หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเป็นเวลานาน 9 วัน
ต่อมาได้ประกอบพิธีพุทธา ภิเษก บนศาลาการเปรียญ มีพระเกจิอาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก อาทิ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค, หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ, หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว, หลวงพ่อช้อย วัดหัวงิ้ว, ครูบาพรหมจักร วัดสารภี, หลวงพ่อสำราญ วัดปากคลองมะขามเฒ่า และหลวง ปู่บุญมี วัดวาปีรัตนาราม
พระสมเด็จ มีเงิน รุ่นแรก ปี พ.ศ.2514 สร้างขึ้นมาด้วย เจตนาบริสุทธิ์ บังเกิดความเข้มขลังในพุทธคุณ จนเป็นที่เลื่องลือโจษขานกันมากมาย เชื่อกันว่าผู้ที่มีวัตถุมงคลรุ่นนี้ไว้ในครอบครองบูชาต่างมีประสบการณ์ อัศจรรย์ ดำเนินกิจการประสบความสำเร็จรุ่งเรือง สมปรารถนาในสิ่งที่คิดหวัง และแคล้วคลาดคงกระพัน
ผู้สนใจเช่าบูชาพระสมเด็จมีเงิน รุ่นแรกสอบถามได้ที่วัดวาปี รัตนาราม ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
"หลวงปู่บุญมี อัตตรักโข" หรือ "พระครูนิพัทธ ปริยัติกิจ" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองนครสวรรค์ นามของท่านที่คุ้นเคยของบรรดาคณะศิษย์ผู้ใกล้ชิด รวมไปถึงวงการนักนิยมสะสมวัตถุมงคลเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เปี่ยม ด้วยเมตตาสูง เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน
หลวงปู่บุญมี ได้ศึกษาวิทยาคม การบริกรรมจิตเป็นสมาธิ การเสกน้ำรักษาโรค คาถาพระกาฬ คาถาตวาดป่าหิมพานต์ คาถาแคล้วคลาด คาถาพระเจ้าห้าพระองค์ จากพระเกจิชื่อดังมากมาย อาทิ หลวงพ่อช้อย วัดหัวงิ้ว, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว, หลวงพ่อคูณ วัดห้วยดุก, หลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงส์, หลวงพ่อโอ วัดหางน้ำหนองแขม เป็นต้น
ปัจจุบันสิริอายุ 82 ปี พรรษา 62 ดำรง ตำแหน่งเจ้าคณะตำบลหนองโพ เขต 2 และเจ้าอาวาสอัตตรักโข ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
ราวปี พ.ศ.2514 หลวงปู่บุญมีได้จัดสร้างวัตถุมงคลเป็นรุ่น แรก เพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างศาลาการเปรียญและบูรณะอุโบสถวัดวาปีรัตนาราม โดยรวบรวมผงพุทธคุณ 108 อาทิ ผงหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ, ผงหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, ทรายเสก หลวงพ่อโอด วัดจันเสน และดอกบัวเสกของหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
ผงพุทธคุณดังกล่าวได้จัดสร้าง เป็นพระสมเด็จ เรียกว่า "สมเด็จ มีเงิน รุ่นแรก" พ.ศ.2514 มี 2 พิมพ์ เป็นพิมพ์นักกล้าม และพิมพ์อกเล็ก
ลักษณะเป็นพระสมเด็จ 3 ชั้น หูบายศรี ด้านหลังเป็นพื้นเรียบ บางองค์มียันต์เมตตา (ยันต์นะ ชาลีติ) หลวงพ่อเดิม และนำไปให้หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเป็นเวลานาน 9 วัน
ต่อมาได้ประกอบพิธีพุทธา ภิเษก บนศาลาการเปรียญ มีพระเกจิอาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก อาทิ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค, หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ, หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว, หลวงพ่อช้อย วัดหัวงิ้ว, ครูบาพรหมจักร วัดสารภี, หลวงพ่อสำราญ วัดปากคลองมะขามเฒ่า และหลวง ปู่บุญมี วัดวาปีรัตนาราม
พระสมเด็จ มีเงิน รุ่นแรก ปี พ.ศ.2514 สร้างขึ้นมาด้วย เจตนาบริสุทธิ์ บังเกิดความเข้มขลังในพุทธคุณ จนเป็นที่เลื่องลือโจษขานกันมากมาย เชื่อกันว่าผู้ที่มีวัตถุมงคลรุ่นนี้ไว้ในครอบครองบูชาต่างมีประสบการณ์ อัศจรรย์ ดำเนินกิจการประสบความสำเร็จรุ่งเรือง สมปรารถนาในสิ่งที่คิดหวัง และแคล้วคลาดคงกระพัน
ผู้สนใจเช่าบูชาพระสมเด็จมีเงิน รุ่นแรกสอบถามได้ที่วัดวาปี รัตนาราม ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสด
คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)