วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เหรียญสตางค์สิบ หลวงปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้ว

เหรียญสตางค์สิบ หลวงปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้ว

พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองกรุงเก่า "หลวงปู่เพิ่ม"วัด ป้อมแก้ว อ.บาง ไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านได้เมตตา "พระ มหาวรากร ฐิตญาโณ" และคณะศิษย์วัดบรรลือธรรม อ.นคร หลวง จ.พระนครศรีอยุธยา อนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้จัดสร้างวัตถุมงคลในนามหลวง ปู่เพิ่ม เพื่อหาปัจจัยในการก่อสร้างหมู่กุฏิสงฆ์วัดบรรลือธรรม ที่สร้างค้างคาอยู่ให้แล้วเสร็จ

เหรียญสตางค์สิบ หลวงปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้วหลวงปู่ เพิ่ม ได้เมตตาเจิมบล็อก วัตถุมงคลเป็นปฐมฤกษ์ และปลุกเสก ประจุพลังพุทธคุณให้อย่างเข้มขลังเต็มที่ โดยมีรายการวัตถุมงคลเด่นคือ "เหรียญ สตางค์สิบขอบสตางค์" ปี 2553 จัดสร้างด้วยเนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองเหลือง มีทั้งแบบหลังเรียบ และหลังยันต์เหรียญรุ่นแรก จำนวนการสร้างจำกัด แต่เน้นแกะเหรียญให้สวยงาม ใบหน้าเหมือนหลวงปู่ เพิ่มมากที่สุด จึงเป็นเหรียญที่สวยด้วยพุทธศิลป์ สูงด้วยพุทธคุณ

สำหรับเหรียญสตางค์สิบ "หลวงปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้ว" รุ่นนี้นั้น เซียนพระสายอยุธยา สายนครปฐม และส่วนกลาง รวมทั้งนักนิยมพระใหม่ พระเก่า จากหลายสำนัก ต่างเสาะแสวงหากันมาก คนละหลายสิบเหรียญ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เพราะช่างแกะเหรียญได้สวยงาม เหมือนหลวงปู่เพิ่มที่สุด อีกทั้งเชื่อถือในวัตรปฏิบัติ และเวทวิทยาคมของหลวง ปู่เพิ่ม และต่างคาดกันว่า อีกไม่นานเหรียญสตางค์สิบของหลวง ปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้ว คงจะมีค่านิยมไม่แพ้เหรียญ สตางค์สิบของ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม ซึ่งปัจจุบันที่มีค่านิยมอยู่หลักหมื่นปลาย ถึงแสนต้นอย่างแน่นอน

"เหรียญ สตางค์สิบขอบสตางค์" จัดสร้าง เนื้อเงินหลังเรียบ และหลังยันต์เหรียญรุ่นแรก สร้างอย่างละ 499 เหรียญ มีตอกโค้ดและหมายเลขกำกับทุกเหรียญ เนื้อนวโลหะหลังเรียบ และหลังยันต์เหรียญรุ่นแรก สร้างอย่างละ 2,999 เหรียญ มีตอกโค้ดและหมายเลขกำกับทุกเหรียญ เนื้อทองเหลืองหลังเรียบ และหลังยันต์เหรียญรุ่นแรก สร้างอย่างละ 3,999 เหรียญ มีตอกโค้ดและหมายเลขกำกับทุกเหรียญ สร้างพร้อมเสือปั๊มรุ่นแรก พระขุนแผนรุ่นแรก เนื้อชานหมาก เนื้อผงรังต่อ และเนื้อผงธูป พระนางพญารุ่นแรกเนื้อชานหมาก เนื้อผงรังต่อ และเนื้อผงธูป ทุกองค์มีโค้ดกำกับ

ร่วมทำบุญบูชาวัตถุมงคลเหรียญสตางค์สิบหลวงปู่เพิ่ม และ วัตถุมงคลอื่นๆ ได้ที่ วัดป้อมแก้ว อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา,วัดบรรลือธรรม อ.นครหลวง จ.พระนครศรี อยุธยา และที่พระครูสุวรรณธรรมรังสี วัด เสนาสนาราม (หอไตร) ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัตถุมงคลดีน่ามีไว้บูชาอีกรุ่น
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญเสมา หลวงปู่ผล อินทังกุโร วัดอินทาราม

เหรียญเสมา หลวงปู่ผล อินทังกุโร วัดอินทาราม

พระครูศีลทิวากร หรือ หลวงปู่ผล อินทังกุโร วัดอินทาราม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา พระเถราจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านบางบาล และท้องถิ่นใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ด้วยปัจจุบันท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีอายุพรรษากาลมากที่สุดเป็น อันดับ 2 ของพระนครศรีอยุธยารองจากหลวงปู่สวัสดิ์ วัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา

"หลวงปู่ผล" เป็นพระสงฆ์ที่เข้าพบง่าย สมถะ มีวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด ไม่สะสมทรัพย์สินมีค่าใดๆ ทั้งสิ้น สมกับเป็นพุทธบุตรโดยแท้ นอกจากนี้ ท่านยังแตกฉานทางด้านพระปริยัติธรรมเป็นอย่างมาก เพราะย้อนรอยถอยหลังไป 40-50 ปี ในสมัยที่ท่านเป็นพระหนุ่ม ท่านมุ่งศึกษาทางด้านพระวินัย สามารถจำแนก แจกแจงได้เป็นหมวดหมู่ ท่านจึงเป็นพระธรรมกถึกที่มีชื่อเสียง ทางด้านตอบปริศนา ธรรม ปุจฉา วิสัชนาของจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาเลยทีเดียว

นอกจากนี้ หลวงปู่ผลยังได้ศึกษาพุทธาคมจากหลวงปู่ คง วัดอินทาราม อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นพระที่เรืองอาคมมาก ทั้งยังเป็นพระหมอยาร่วมสมัยกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อีกด้วย

เหรียญเสมา หลวงปู่ผล เหรียญเสมา หลวงปู่ผล


หลวงปู่ผล เล่าว่า "แม้หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ยังยกย่องวิชาด้านหมอยาของหลวงพ่อคงว่าเป็นหมอเทวดา สามารถแจกแจงโรคถูก ลองได้รักษาใครถ้าบอกหาย เป็นหายตามปาก ถ้าบอกว่าหมดบุญ ในเวลากี่วัน ย่อมเป็นไปตามปากท่านไม่มีผิดเพี้ยนเลย"

ความ เรืองอาคมของหลวงพ่อคงนั้น ท่านเคยทดลองวิชาให้ศิษย์ดูเป็นหลักฐาน แม้เดี๋ยวนี้หลักฐานชิ้นนั้นก็ยังอยู่ และเก็บรักษาไว้ที่หลวงปู่ผล กล่าวคือ ท่านเคยเสกลูกตะกร้อเข้าขวดแก้ว เสกสายสิญจน์ม้วนใหญ่เข้าขวดแก้ว เพื่อเป็นการทดลองวิชาให้ศิษย์ดูว่า คนโบราณเขาเสกหนังวัว หนังควายผืนใหญ่ๆ เข้าท้องคนได้อย่างไร

เมื่อหมดบุญ "หลวงพ่อคง วัดอินทาราม" ท่านได้มาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อเกลี้ยง วัดตะกู ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นยอดพระอาจารย์ที่เก่งกาจในเรื่องลงกระหม่อม เชิญครูเทพ ครูพรหม และเสกตะโพน เพื่อเรียนวิชาทางลงของลงอาคม และวิชาทางพรหมศาสตร์ชั้งสูง

หลวงปู่ผล สร้างพระเครื่องไว้ ไม่มาก โดยเฉพาะประเภทเหรียญ ท่านสร้างเหรียญรูปหลวงพ่อคงองค์อาจารย์เป็นรุ่นแรก มีประสบการณ์มากมาย แต่ท่านไม่ค่อยแจกใคร ส่วน "เหรียญเสมาหลังยันต์นารายณ์แปลงรูป" นี้ ท่านสร้างเป็นเหรียญรูปเหมือนท่านรุ่นแรก ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่ผล ช่างแกะแม่พิมพ์ได้สวยงาม

ด้านหลังลงพระยันต์นารายณ์แปลงรูป ซึ่งมีพุทธคุณ "แปลง" สิ่งที่ไม่ดี ดวงไม่ดี ชะตาชีวิตที่ทรง กับทรุด ฐานชีวิตที่ตก ฐานธุรกิจที่ต่ำ ให้สูงขึ้นได้ แปลงรูปร่างที่ไม่สวยไม่งาม ให้กลับดูดี มีเสน่ห์ พระยันต์ นารายณ์แปลงรูป จึงเป็นยันต์สำคัญที่สุดบทหนึ่งในพุทธาคมทุกสาย เข้มขลัง และศักดิ์สิทธิ์ แปลงชีวิตให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

ปัจจุบันเหรียญเสมาหลวงปู่ผลหลังยันต์นารายณ์แปลงรูป ได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมอย่างมาก เนื้อหาพิมพ์ทรงงดงามยิ่ง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญ หลวงปู่อารีย์ เขมจารี (พระอริยานุวัตร) วัดมหาชัย รุ่นแรก

เหรียญ หลวงปู่อารีย์ เขมจารี (พระอริยานุวัตร) วัดมหาชัย รุ่นแรก

หลวงปู่อารีย์ เขมจารี" หรือ "พระอริยานุวัตร" อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาชัย (พระอารามหลวง) และอดีตรองเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เป็นพระนักพัฒนา นักการศึกษา และมีความสามารถรอบรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอีสาน มีผลงานปรากฏต่อสาธารณชน ในวงกว้าง จนได้รับการยกย่องเป็นปราชญ์แห่งภาคอีสาน

เหรียญพระอริยานุวัตร รุ่นแรกพระอริยานุวัตร เกิด เมื่อปี พ.ศ.2458 ณ คุ้มดอนบม ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดโสมนัสประดิษฐ์ ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม หลังอุปสมบทแล้วได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นเอก และเปรียญธรรม 5 ประโยค จากนั้นเดินทางกลับอีสานบ้านเกิด จำพรรษาที่วัดมหาชัย

ท่านได้สร้างคุณงามความดีมากมาย ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด มหาชัย และรองเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม พระอริยานุวัตร มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อปี พ.ศ.2534 สิริอายุ 78 พรรษา 57

เมื่อ ครั้งที่หลวงปู่อารีย์ยังมีชีวิตท่านได้สร้างวัตถุ มงคลเหรียญรูปเหมือนของท่านหลาย รุ่น แต่ที่ได้รับความนิยมคือ เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก สร้างปี พ.ศ.2519 ในวาระที่อายุครบ 60 ปี

คณะศิษยานุศิษย์และญาติโยมที่เลื่อมใส ศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่าน มีความปรารถนาจัดสร้างวัตถุมงคลที่ระลึกไว้เพื่อรำลึก ได้ร่วมกันจัดสร้างเพื่อแจก ให้ญาติโยมที่มาร่วมงานมุทิตาสักการะหลวง ปู่อารีย์ จำนวนการสร้างไม่เกิน 3,000 เหรียญ เป็นเนื้อทองแดงรมดำ ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง

ด้านหน้าเหรียญยกขอบ ตรงกลางเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์หลวงปู่อารีย์ ด้านล่างเหรียญมีตัวหนังสือ เขียนคำว่า "พระอริยานุวัตร" ส่วน ด้านหลังเหรียญยกขอบ เริ่มจากด้านซ้ายลงไปด้านล่างวนขึ้นไปทางด้านขวาของเหรียญ เขียนคำว่า "วัด มหาชัย จ.มหาสารคาม ๒๕๑๙" เป็นปีพุทธศักราชที่จัดสร้าง ตรงกลางเหรียญเป็นยันต์อักขระรูปใบพัดอ่านว่า "นะ มะ พะ ทะ" ด้านล่างปิดด้วยยันต์อุ ทั้งซ้ายและขวา ด้านบนปิดด้วยยันต์อุณาโลม 3 ตัว เป็นคาถาตั้งธาตุเด่นทางด้านมหาอุตม์ คงกระพันชาตรี และแคล้วคลาดปลอดภัย

สำหรับ เหรียญรุ่นนี้หลวงปู่อารีย์ได้ ประกอบพิธีพุทธาภิเษกเดี่ยวภายในอุโบสถนาน 1 พรรษา ด้วยความที่หลวงปู่มีพลังจิตที่แก่กล้า เจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์ ทำให้เหรียญนี้มีพุทธคุณเข้มขลัง เหรียญพระอริยานุวัตร รุ่นแรก พ.ศ. 2519 จัดเป็นเหรียญเก่าที่ค่อนข้างหายากอีกเหรียญหนึ่งของเมืองมหาสารคาม เป็นเหรียญยอดนิยมและติดอยู่ในทำเนียบรายการประกวดพระในภาคอีสานมาโดยตลอด

ปัจจุบันราคาเช่าหาในพื้นที่ยังไม่สูง เป็นเหรียญดีราคาถูก หากเหรียญสวยคมราคาเช่าอยู่หลักพันต้น สวยน้อยราคาอยู่หลักร้อยกลาง จึงเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่นักสะสมนิยมพระเครื่องในพื้นที่ควรหาบูชาไว้ในครอบครอง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญ หลวงปู่ขาว ปัญญาวุฑโฒ วัดพุทธมงคล รุ่นเมตตา

เหรียญ หลวงปู่ขาว ปัญญาวุฑโฒ วัดพุทธมงคล รุ่นเมตตา

"หลวงปู่ขาว ปัญญาวุฑโฒ"หรือ "พระครูปัญญาวุฒิ วิชัย" เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งสารคาม เป็นศิษย์สืบสายธรรมพระครูวิชัยกันทรารักษ์ หลวงปู่ขาวเกิด เมื่อปี พ.ศ.2466 ที่บ้านคันธารราษฎร์ จ.มหาสารคาม เมื่ออายุครบบวชได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสุวรรณมงคล มีพระ ครูวิชัยกันทรารักษ์เป็นพระอุปัชฌาย์


ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ เรียนวิทยาคมจากพระครูวิชัยกันทรารักษ์ ไม่ว่าจะเป็นเมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ปกป้องกันบ้านกันเมือง นอกจากนี้ ยังศึกษาไสยเวทเพิ่มเติมจากพ่อธรรมบัว บ้านหนองโก ทำให้ท่านมีวิทยาคมที่เข้มขลัง เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวกันทรวิชัย ปัจจุบัน หลวงปู่ขาว สิริอายุ 86 ปี พรรษา 66 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอกันทรวิชัย และเจ้าอาวาสวัดพุทธ มงคล ต.คันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม


เหรียญ หลวงปู่ขาว ปัญญาวุฑโฒเหรียญ หลวงปู่ขาว ปัญญาวุฑโฒ
กล่าว กันว่า งานพุทธาภิเษกวัตถุมงคลในจังหวัด มหาสารคามจะต้องนำวัตถุมงคลมาให้หลวง ปู่ขาว อธิษฐานจิตปลุกเสกให้ หรือนิมนต์หลวงปู่ขาวร่วม พิธีทุกงาน สำหรับ วัตถุมงคลของหลวง ปู่ขาว นับแต่ท่านเข้าสู่สมณเพศจวบจนถึงปัจจุบัน ท่านได้สร้างไว้เพียงรุ่นเดียวถือเป็นสุดยอดปรารถนาของบรรดานักนิยมสะสมพระ เครื่อง คือเหรียญกลมรูปเหมือนหลวงปู่ขาว รุ่นเมตตา วัด พุทธมงคล พ.ศ.2551 จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่หลวงปู่ ขาวอายุวัฒนมงคล 85 ปี

เหรียญหลวงปู่ขาว รุ่นนี้วัดพุทธมงคลได้ มอบให้ศิษยานุศิษย์ รวมทั้งแจกให้กับผู้ที่มาร่วมงานมุทิตาจิต เป็นเหรียญทรงกลม มีหูห่วงเนื้อทอง แดงรมดำ จำนวนการสร้าง 10,000 เหรียญ ด้านหน้า เหรียญ เป็นรูปเหมือนหลวงปู่ขาวครึ่งองค์ จากด้านซ้ายของเหรียญโค้งขึ้นไปด้านบนวนลงไปทางด้านขวา เขียนว่า "หลวง ปู่ขาว" วัดพุทธมงคล อ.กันทรวิชัยจ.มหาสาร- คาม"

ด้านหลังเหรียญ บริเวณใต้ห่วงเขียนว่า "รุ่นเมตตา" บริเวณกลางเหรียญเป็นยันต์อักขระ นะโม พุทธายะ เป็นยันต์ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย และจากขอบเหรียญด้านซ้ายวนลงมาด้านล่างวกขึ้นไปด้านขวา เขียนว่า "อายุวัฒนะมงคล ๘๕ ปี ๓๑ ม.ค.๕๑" เป็นปีพุทธศักราชที่จัดสร้าง

สำหรับเหรียญรุ่นดังกล่าวหลวงปู่ขาวได้ประกอบพิธีพุทธา ภิเษกเดี่ยว ภายในอุโบสถตลอดพรรษา ด้วย ความที่หลวงปู่ขาวมี พลังจิตแก่กล้า เจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์ ทำให้เหรียญนี้มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน อีกทั้งเป็นวิทยาคมสายพระ ครูวิชัยกันทรารักษ์ ความเข้มขลังจึงสูงยิ่ง

ถึงแม้จะเป็นเหรียญใหม่ จัดสร้างได้เพียง แค่ปีเศษก็ตาม แต่ผู้ที่มีเหรียญ หลวงปู่ขาวในครอบครองต่างมีประสบการณ์อัศจรรย์มาก มายสามารถผ่อนหนักเป็นเบา ส่งผลให้เป็นเหรียญที่มีอนาคตไกล กระแสเริ่มแรง ด้วยศิษยานุศิษย์ผู้เลื่อมใสศรัทธาและนักนิยมสะสมวัตถุมงคล ต่างเริ่มเช่าหาเก็บกันไว้ ทำให้เหรียญเริ่มหายากขึ้น

ราคาเช่าหา เหรียญสวยจะอยู่หลักร้อยปลาย สวยน้อยราคาอยู่หลักร้อยต้น ผู้ที่สนใจยังพอหาเช่าได้ตามศูนย์พระเครื่องในกันทร วิชัยและเมืองมหาสารคาม
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

พระพรหม-พิฆเนศวร หลวงพ่อผาด วัดไร่

พระพรหม-พิฆเนศวร หลวงพ่อผาด วัดไร่

สร้าง วัตถุมงคลออกมาหลายรุ่น ส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมแทบทุกรุ่น ล่าสุด "หลวง พ่อผาด" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดไร่ ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่าง ทอง ศิษย์สายวิชาพรหมของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม ได้จัดสร้างวัตถุมงคล "ชุดซ่อมโบสถ์" เพื่อหาปัจจัยซ่อมแซมอุโบสถวัดไร่ ซึ่งชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา

หลวงพ่อผาด วัดไร่รูปแบบพิมพ์ทรงที่จัดสร้างเด่นๆ ก็มี "พระพรหม" ขนาดบูชาหน้าตัก 5 นิ้ว ศาสนาพรามหณ์ เชื่อว่า พระพรหม เป็นมหาเทพผู้สร้างโลก เพราะพระพรหมสร้างโลก จึงเกิดโลก เกิดมนุษย์ เกิดเป็นประเทศ เป็นทวีป เกิดเป็นพระราชาปกครองประเทศ เกิดเป็นพระมหาจักรพรรดิปกครองทวีป เกิดยศ เกิดอำนาจ เกิดบารมี เกิดทรัพย์สิน เงินทองมากมาย เกิดโภคสมบัติ เกิดสรรพมงคลต่างๆ ขึ้นตามมา จึงสรุปว่าสรรพมงคลต่างๆ เกิดขึ้นเพราะเหตุพระ พรหมสร้างโลก เมื่อพระพรหมเป็นเทพเจ้าผู้สร้าง ผู้มอบมหามงคลต่างๆ ให้มนุษย์พิฆเนศวร หลวงพ่อผาด

หลวงพ่อผาด จึงได้สร้างพระพรหมบูชา เพื่อหวังพรหมมานุภาพของพระพรหม มอบและบันดาลสรรพมงคลต่างๆ ที่ปรารถนา แก่ท่านผู้เสียสละปัจจัยร่วมสร้างและซ่อมแซมโบสถ์วัดไร่ หล่อหลอมด้วยชนวนมวลสารมงคลมากมาย มอบแก่ผู้มีจิตศรัทธาบูชา

"พระพิฆเนศวร" ขนาดบูชารุ่นแรก เป็นมหาเทพแห่งความสำเร็จ การบรรลุถึงจุดมุ่งหมายทุกชนิด เป็นมหาเทพที่ทำลายอุปสรรค์ เป็นมหาเทพแห่งสติปัญญา การศึกษาเล่าเรียน เป็นมหาเทพแห่งศิลปวิทยาทั้งปวง และเป็นมหาเทพที่จะได้รับการบูชา กราบไหว้ก่อนมหาเทพ และเทพเจ้าองค์อื่นเสมอ หากได้กราบไหว้บูชาพระพิฆเนศวรด้วย ใจเคารพเลื่อมใสแล้ว จะมีสติปัญญาล้ำเลิศ สมองดีสติดี ศึกษาศิลปวิทยาการ วิชาความรู้ใดๆ แล้ว จะสำเร็จสมดังหวัง จะเจริญด้วยโภคทรัพย์ เพราะลักษณะท้องที่ใหญ่โตของพระพิฆเนศวร มีเพชรนิลจินดาทรัพย์สินเงินทองอัดแน่นอยู่เต็มท้อง ทำการงานใดๆ แล้ว จะสำเร็จ ดังใจปรารถนาได้โดยง่าย ปราศจากอุปสรรค ขวากหนามทั้งปวง ชีวิตหน้าที่การงานจะเจริญก้าวหน้าขึ้นจนถึงจุดสูงสุด

พระพรหม หลวงพ่อผาดพระพิฆเนศวรบูชารุ่นแรก สร้างเป็นปางยืนเหยียบอยู่บนฐานดอกบัว หมายถึงความมั่นคง มั่งคั่ง ในฐานะ การเงิน การงาน ความอุดมสมบูรณ์ โภคสมบัติพูลสุข ดูได้จากท้องที่ใหญ่โต มี 4 กร แฝงความหมายดังนี้ กรหนึ่งทรงตรีศูล คืออาวุธที่ปราบมาร ปราบอุปสรรค์ ปราบปัญหา ปราบคนพาล ปราบคนโกง คนคอยกลั่นแกล้ง คนอิจฉาริษยาทั้งปวง อีกกรหนึ่งทรงบาศ หรือบ่วงบาศ หมายถึง ทรงใช้บ่วงบาศ

เพื่อจับมัดยึดสรรพมงคลต่างๆ ให้แน่น ให้หลั่งไหลเข้ามาสู่ผู้บูชา จับมัดยึดยศถาบรรดาศักดิ์อำนาจวาสนาทรัพย์สมบัติต่างๆ มาสู้ผู้บูชา อีกนัยหนึ่งทรงใช้บ่วงบาศจับมัดพันธนาการอุปสรรคเคราะห์กรรมต่างๆ ที่จะมาแผ้วพานผู้บูชาให้พ้นออกไป ให้ห่างไปจากดวงชะตาห่างไปจากชีวิตผู้บูชา

อีกกรหนึ่งทรงป้อนขนมโม ฑกก้อนใหญ่ใส่ปลายงวง เพื่อเสวยเป็นอาหาร อันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความรุ่งเรืองในการทำมาหากิน มีกิน มีใช้ ไม่ขาด อิ่มอยู่ตลอด เมื่ออิ่มตลอด ย่อมไม่อด ไม่อยาก ไม่ยากจน ซึ่งก็หมายถึง การเป็นเศรษฐี การมีทรัพย์ การรักษาทรัพย์ อยู่ไม่ขาดนั่นเอง อีกกรหนึ่งที่ประทานพร ทรงงาข้างที่หักด้วย อันหมายถึงความมีสติปัญญา ความสำเร็จในการศึกษา ความสำเร็จในการทำงานแบบรุก คือก้าวหน้าแบบรวดเร็ว การได้รับพร ได้รับสรรพมงคลทั้งปวง ที่ฐานบัวยังมีหนูเป็นบริวาร บริวารนี้ หมายถึง การมีบริวาร มีลูกน้อง มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี มีลูกหลานว่านเครือดี บริวารรักใคร่สามัคคีกัน
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา


เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี หลวงพ่อบุญส่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหาร "หลวงพ่อบุญส่ง ภัททจาโร" หรือ "พระมหาเจติยา รักษ์" อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และอดีตเจ้าอาวาสวัด พระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวง ชั้นโท) ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นพระเถรานุ เถระชื่อดังรูปหนึ่งแห่งเมืองชัยนาท ที่มีศีลาจารวัตรเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมีหลวงพ่อบุญ ส่งเกิดในสกุลสุบินมิตร์ เป็นชาวชัยนาทโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2465 ในช่วงวัยหนุ่มเคยรับราชการครูอยู่ 2 ปี ก่อนลาออกเข้างานใหม่ เป็นหัวหน้าคนงานแขวงการทาง จ.ชัยนาท ทำงานได้เพียงปีเดียวเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการเป็นทหารอากาศ สังกัดทหารเสนารักษ์ เป็นเวลา 4 ปี ท่าน ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2489 ณ พัทธสีมาวัดศรีวิชัยวัฒนาราม อ.เมือง จ.ชัยนาท โดยมีพระมหาทองเลี่ยม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดบุญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาเมธี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ภัททาจาโร" พ.ศ.2511 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวงชั้นโท) เมื่ออายุล่วงเข้าสู่วัยชรา สุขภาพไม่แข็งแรง สุดท้ายได้มรณภาพด้วยโรคหัวใจ ณ โรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท เวลา 10.57 น. วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550 สิริอายุ 85 ปี พรรษา 62 ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2520 หลวงพ่อบุญส่งได้จัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี เพื่อหารายได้สมทบทุนบูรณะวัด จัดสร้างจำนวน 30,000 เหรียญ เป็นเนื้อทองแดง พิมพ์สี่เหลี่ยม โดยมีพระเกจิอาจารย์ที่มานั่งปรก ปลุกเสกและอธิษฐานจิตจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อโม วัดห้วยกรด, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, อาจารย์นอง วัดทรายขาว, หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรี, หลวงพ่ออุตตมะ วัดวิเวการาม, หลวงพ่อโอด วัดจันเสน, หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ, หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เป็นต้น เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี ปี 2520 ด้านหน้าเหรียญเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิเพชร มีรัศมีเป็นรูปใบโพธิ์ ด้านหลังเหรียญมีอักขระขอมคำว่า "นะ" เป็นตัวนูนเพียงตัวเดียว ไม่มีการจารหรือตอกโค้ด วัตถุมงคลเหรียญ หลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี รุ่นนี้มีประสบการณ์หลากหลาย มีพุทธคุณรอบด้าน ทั้งเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย จากภยันตรายทั้งปวง เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมจากบรรดาเซียนพระและนักนิยมสะสมพระเครื่องเป็น อย่างยิ่ง แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี หลวงพ่อบุญส่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหาร

"หลวงพ่อบุญส่ง ภัททจาโร" หรือ "พระมหาเจติยา รักษ์" อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และอดีตเจ้าอาวาสวัด พระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวง ชั้นโท) ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นพระเถรานุ เถระชื่อดังรูปหนึ่งแห่งเมืองชัยนาท ที่มีศีลาจารวัตรเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม

เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมีหลวงพ่อบุญ ส่งเกิดในสกุลสุบินมิตร์ เป็นชาวชัยนาทโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2465 ในช่วงวัยหนุ่มเคยรับราชการครูอยู่ 2 ปี ก่อนลาออกเข้างานใหม่ เป็นหัวหน้าคนงานแขวงการทาง จ.ชัยนาท ทำงานได้เพียงปีเดียวเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการเป็นทหารอากาศ สังกัดทหารเสนารักษ์ เป็นเวลา 4 ปี

ท่าน ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2489 ณ พัทธสีมาวัดศรีวิชัยวัฒนาราม อ.เมือง จ.ชัยนาท โดยมีพระมหาทองเลี่ยม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดบุญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาเมธี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ภัททาจาโร"

พ.ศ.2511 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร (พระอารามหลวงชั้นโท) เมื่ออายุล่วงเข้าสู่วัยชรา สุขภาพไม่แข็งแรง สุดท้ายได้มรณภาพด้วยโรคหัวใจ ณ โรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท เวลา 10.57 น. วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550 สิริอายุ 85 ปี พรรษา 62

ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2520 หลวงพ่อบุญส่งได้จัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี เพื่อหารายได้สมทบทุนบูรณะวัด จัดสร้างจำนวน 30,000 เหรียญ เป็นเนื้อทองแดง พิมพ์สี่เหลี่ยม

โดยมีพระเกจิอาจารย์ที่มานั่งปรก ปลุกเสกและอธิษฐานจิตจำนวนมาก อาทิ หลวงพ่อโม วัดห้วยกรด, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, อาจารย์นอง วัดทรายขาว, หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรี, หลวงพ่ออุตตมะ วัดวิเวการาม, หลวงพ่อโอด วัดจันเสน, หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ, หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เป็นต้น

เหรียญหลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี ปี 2520 ด้านหน้าเหรียญเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิเพชร มีรัศมีเป็นรูปใบโพธิ์ ด้านหลังเหรียญมีอักขระขอมคำว่า "นะ" เป็นตัวนูนเพียงตัวเดียว ไม่มีการจารหรือตอกโค้ด

วัตถุมงคลเหรียญ หลวงปู่ศุข พิมพ์รัศมี รุ่นนี้มีประสบการณ์หลากหลาย มีพุทธคุณรอบด้าน ทั้งเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย จากภยันตรายทั้งปวง เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมจากบรรดาเซียนพระและนักนิยมสะสมพระเครื่องเป็น อย่างยิ่ง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

หลวงปู่ทวด-พิฆเนศวร หลวงพ่อเสนอ วัดบ้านทุ่งเสรี

หลวงปู่ทวด-พิฆเนศวร หลวงพ่อเสนอ วัดบ้านทุ่งเสรี

วัดบ้านทุ่งเสรี หัวหมาก รามคำแหง ซอย 24 กรุงเทพฯ เดิมเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันไปตามหมู่บ้านเสรีในระยะแรกเริ่มพัฒนาขึ้นเป็น วัดมีพระสงฆ์ แต่ความจริงแล้ววัดแห่งนี้มิใช่วัดใหม่ เป็นวัดเก่าวัดแก่ที่มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์

หลวงปู่ทวด-พิฆเนศวร หลวงพ่อเสนอ วัดบ้านทุ่งเสรีใน สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเห็นว่าอาณาบริเวณที่ดินแถวนั้นกลางทุ่งใหญ่บางตอนเป็นที่ ดอนสูงๆ ต่ำๆ น้ำหลากไปไม่ถึง การทำนาไม่ได้ผล จึงได้โปรดฯ ให้ขุดคลองลัดจากคลองพระโขนงมาบรรจบกับคลองกระจะเพื่อเชื่อมกับคลองแสนแสบ ให้เป็นทางระบายน้ำ ส่งน้ำให้บำรุงนาในที่ดอนและให้เป็นทางคมนาคมสัญจรไปมาหาสู่กัน โดยการเกณฑ์พวกทาสไพร่หลวงเชื้อสายลาวมาช่วยกันขุดคลองสายนี้จนสำเร็จ และได้ชื่อว่า "คลองลาว" มาจนถึงทุกวันนี้

ที่ดินซึ่งอยู่ตามแนวคลอง ลาว มาบรรจบกับคลองกระจะฝั่งเหนือจนถึงริมคลองแสนแสบนี้ บางตอนเป็นที่ดินพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิง แม้นเขียน พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) พระองค์เจ้าหญิงแม้นเขียนทรงเป็นผู้มีน้ำพระทัยเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธ ศาสนาอย่างลึกซึ้ง ทรงเห็นว่าขณะนั้นมีบรรดาข้าทาสบริพารตลอดจนประชาชนชาวพุทธอยู่อาศัยใกล้ๆ กับ บริเวณที่นาของพระองค์เป็นจำนวนมาก แต่บริเวณที่ใกล้เคียงแถวนั้นกลับไม่มีวัดหรือศาสนสถาน สำหรับประกอบกิจบำเพ็ญกุศลตามประเพณีในทางศาสนา คงมีแต่เพียง "วัดมหาบุศย์" ซึ่งเป็นต้นกำเนิดเรื่องผีนางนาคพระโขนง อยู่ริมคลองพระโขนง ซึ่งก็ไกลเหลือเกินสำหรับการบำเพ็ญบุญกุศลตามประเพณีนิยมทางศาสนาในสมัยนั้น

พระราชดำริเช่นนี้แล้วจึงได้โปรดให้สร้างวัดขึ้นในที่ดิน อันเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ระหว่างคลองลาวบรรจบกับคลองกระจะ รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่เศษ และได้ขนานนามวัดนี้ว่า "วัดบ้าน ทุ่งแม้นเขียน" ซึ่งชาวบ้านทั่วไปพากันเรียกสั้นๆ ว่า "วัด บ้านทุ่งเสรี"

จนกระทั่ง "พระครูปลัดเสนอ อนังคโน" ศิษย์เอกของหลวงพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ผู้ซึ่งมีความอดทนอุตสาหะพากเพียร ยอมสละแม้แรงกายแรงใจ มุ่งพัฒนาสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

"หลวงพ่อเสนอ" ท่านเป็นชาวอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช บวชแล้วศึกษาพุทธาคมกับพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ จากนั้นก็ศึกษากับหลวงพ่อสงฆ์ วัดศาลาลอย และในเวลาต่อมาหลวงพ่อ เสนอได้เรียนกับหลวงปู่โต๊ะ ที่วัดประดู่ฉิมพลี เป็นเวลา 12 ปี หลวงปู่โต๊ะละสังขาร บรรดาศรัทธาญาติโยมจึงได้นิมนต์ให้ท่านมาพัฒนาวัดร้างทุ่งแม้นเขียน หรือวัดบ้านทุ่งเสรี หัวหมาก รามคำแหง ซอย 24 กรุง เทพฯ ใช้เวลาไม่นานนักจากวัดที่รกร้างจนเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองที่เห็นใน ปัจจุบันนี้

"หลวงพ่อเสนอ" ท่านได้ดำริจัดสร้าง "หลวงปู่ทวด-พระพิฆเนศวร" พลังสเคลาร์บวกพลัง 108 บารมี นำเข้าพิธีพุทธาภิเษก เทวาภิเษก เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2552 ณ วัดดอนบุพผา อ.ศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี พิธีครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2552 ณ อุโบสถวัด ทุ่งเสรี กรุงเทพฯ พิธีครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2552 วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย พิธีครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2552 ณ อุโบสถวัดบ้านทุ่งเสรี กรุงเทพฯ พิธีครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2552 วัดหาดสูง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช สุดยอดพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก

วัตถุมงคลรุ่นนี้ปัจจุบันได้รับความ นิยมจากนักสะสมอย่างมาก เป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดประมาณ มีปาฏิหาริย์สุดบรรยาย มีอานุภาพสุดคณานับ เป็นที่ยอมรับกันในหมู่ศิษย์ว่า ใครมีบูชาติดตัวแล้วชีวิตเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ค้าขายร่ำรวย

สนใจ ร่วมบุญบูชาหลวงปู่ทวด-พระพิฆเนศวร-มงคลจักรวาลพระตรัสรู้-รูปเหมือนพ่อท่าน คล้ายทรงกลม พลังสเคลาร์บวกพลัง 108 บารมี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว ติดต่อได้ที่ วัดบ้านทุ่ง เสรี หัวหมาก ซอย 24 กรุงเทพฯ โทร. 0-2314-1406, 0-2318-4643, 08-6506-7898

รายได้สมทบทุนสร้างสำนักปฏิบัติธรรมสวนพระหินเขาโพธิ์ ก.ม.430 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา