วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เหรียญ พระครูวิชัยกันทรารักษ์ วัดสุวรรณาวาส

เหรียญ พระครูวิชัยกันทรารักษ์ วัดสุวรรณาวาส

"พระครูวิชัยกันทรารักษ์" อดีตเจ้าอาวาสวัดสุว รรณาวาส และอดีตเจ้าคณะอำเภอกันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองมหาสารคาม สืบสายธรรมจากพระครูวิบูลย์ศีลพรต (พรหมา) ซึ่งเป็นบูรพาจารย์รุ่นเก่ารูปหนึ่งของเมืองมหาสารคาม พระครูวิชัยกันทรารักษ์เกิดเมื่อปี พ.ศ.2435 ณ บ้านส้มป่อย ต.คันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

เหรียญพระครูวิชัยกันทรารักษ์เมื่ออายุครบ 20 ปีได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดสุวรรณมงคล บ้านคันธารราษฎร์ จ.มหาสารคาม โดยมีพระครูวิบูลย์ศีลพรต (พรหมา) เป็นพระอุปัชฌาย์

พระครูวิชัยกันทรารักษ์มรณภาพอย่างสงบในปี พ.ศ.2510 ด้วยโรคชรา สิริอายุ 75 พรรษา 55

เมื่อครั้งที่ท่านมีชีวิตท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลน้อยชิ้น ส่วนใหญ่จะเป็นตะกรุดดอกเล็ก จำนวนการสร้างไม่แน่นอน ท่านทำแจกญาติโยมเรื่อยมา ภายหลังจากที่ท่านได้มรณภาพผ่านไป 1 ปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของพระครูวิชัยกันทรารักษ์ วัดสุวรรณาวาสได้ร่วมกับญาติโยมและคณะศิษย์ มีความเห็นร่วมกันจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ขึ้น

ลักษณะเป็นเหรียญรูปใบเสมา มีหูห่วง จำนวนการสร้างประมาณ 3,000 เหรียญ เป็นเนื้อทองแดงเพียงอย่างเดียว เหรียญด้านหน้าเป็นลายกนกสวยงาม ตรงกลางเหรียญเป็นรูปเหมือนพระครูวิชัยกันทรารักษ์ครึ่ง องค์ ด้านซ้ายของเหรียญโค้งลงไปทางด้านล่างวนขึ้นไปด้านขวาเขียนคำว่า "พระ ครูวิชัยกันทรารักษ์"

ด้านหลังเหรียญเป็นยันต์พระเจ้าห้า พระองค์ นะโมพุทธายะ มียันต์อุณาโลมปิด ตรงกลางยันต์มียันต์น้ำเต้าองค์พระ เป็นคาถาเด่นทางด้านเมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี และแคล้วคลาด ที่ใต้อักขระเขียนว่า "เจ้าคณะอำเภอกันทราวิชัย" (ช่างแกะบล็อกผิด ที่ถูกเป็นกันทรวิชัย) "๗ เม.ย.๒๕๑๑" เป็นปีพุทธศักราชที่จัดสร้าง

เหรียญ รุ่นนี้ได้ประกอบพิธีพุทธา ภิเษก โดยมีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายรูปร่วมพิธีอธิษฐานจิต อาทิ หลวงปู่สิงห์ คัมภีโร บ้านศรีสุข, หลวงปู่บุญจันทร์ สุญาโณ วัดหนองผักแว่น เป็นต้น
ถึงแม้จะเป็นเหรียญตาย สร้างภายหลังจากหลวงปู่มรณภาพไปแล้ว แต่ด้วยความที่เจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์ พระเกจิที่ร่วมพิธีพุทธาภิเษกล้วนมีอาคมเข้มขลัง ทำให้เหรียญนี้มีพุทธคุณเด่นรอบด้าน เหรียญพระครูวิชัยกันทรารักษ์ จัดเป็นเหรียญเก่าที่ค่อนข้างหายากอีกเหรียญหนึ่งของเมืองมหาสารคาม ส่วนใหญ่จะอยู่ในความครอบครองของญาติโยมผู้สูงอายุในพื้นที่

ปัจจุบันราคาเช่าหาในพื้นที่ยังไม่สูง เป็นเหรียญดีราคาถูก หากเหรียญสวยคมอยู่ที่หลักร้อยปลาย สวยน้อยราคาก็อยู่หลักร้อยต้น จึงเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่นักสะสมนิยมพระเครื่องในพื้นที่ควรหาบูชาไว้ ในครอบครอง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญ หลวงปู่กินรี จันทิโย วัดกัณตะศิลาวาส รุ่น ๑

เหรียญ หลวงปู่กินรี จันทิโย วัดกัณตะศิลาวาส รุ่น ๑

"หลวงปู่กินรี จันทิโย" วัดกัณตะศิลาวาส ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ท่านเป็นลูกศิษย์ออกติดตามธุดงควัตรไปกับหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า หลวงปู่กินรี เป็นพระป่าเพียงรูปเดียวที่ไม่ได้เข้าญัตติเป็นคณะธรรมยุตในสมัยนั้น ท่านยังเป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี และหลวงปู่อวน ปคุโณ วัดจันทิยาวาส ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม

เหรียญ หลวงปู่กินรีมีนามเดิมว่า กลม จันศรีเมือง เกิดเมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2439 ตรงกับสมัย ร.ศ.115 บรรพชาเป็นสามเณรในวัย 10 ขวบ อุปสมบทแล้วลาสิกขาในเวลาต่อมา กระทั่งในวัย 25 ปีเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง

พระอาจารย์วงศ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้เปลี่ยนชื่อเดิมจากกลม เป็น "กินรี" ได้รับฉายาว่า จันทิโย เดิมท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองฮี และสำนักสงฆ์เมธาวิเวก ต.หนองฮี อ.ปลาปาก จ.นครพนม ก่อนย้ายไปจำพรรษาที่วัดกัณตะศิลาวาส ภายหลังออกธุดงค์นานกว่า 12 ปี

หลวงปู่กินรี มีโรคประจำตัวไอและปอดชื้น แต่ท่านไม่ยอมไปหาหมอรักษา จนอาการอาพาธทรุดหนักลง กระทั่งวันที่ 26 พฤศจิกายน 2523 ท่านได้ละสังขารอย่างสงบ ท่ามกลางความเศร้าสลดแก่ญาติโยม สิริอายุ 84 ปี 58 พรรษา

ทั้งนี้ ก่อนที่หลวงปู่กินรีจะมรณภาพได้ 2 ปี คณะศิษย์ได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้น เพื่อฉลองอายุวัฒนะมงคลวันคล้ายวันเกิดครบ 82 ปี เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2519 จัดสร้างโดย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ผบ.ทบ.ในสมัยนั้น ได้สร้างเหรียญ หลวงปู่กินรี รุ่น 1 พ.ศ.2519 ไว้แจกจ่ายให้ทหารหาญ ส่วนหนึ่งถวายหลวงปู่ไว้แจกจ่ายแก่ญาติโยมผู้มาทำบุญ

เป็นเหรียญเนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองแดงผิวไฟ แต่ไม่ทราบจำนวนที่จัดสร้างแน่ชัด ลักษณะเหรียญเป็นรูปทรงคล้ายใบโพธิ์ มีหู ด้านหน้าเหรียญ ขอบเหรียญเป็นลายกนกที่อ่อนช้อยงดงาม ถัดจากเส้นสันขอบเหรียญ มีรูปเหมือนหลวงปู่กินรี นั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ที่จีวรตอกโค๊ต "ศล" ด้านล่างสลัก "จนฺทิโย" ฉายาของหลวงปู่

ด้านหลังเหรียญ ครึ่งวงรีจากซ้ายไปขวาสลักคำว่า "หลวงพ่อกินรี จนฺทิโย วัดกัณตะศิลาวาส รุ่น ๑" ถัดจากเส้นขอบนูนบรรทัดที่ 1-4 มียันต์อักขระ บรรทัดที่ 5-6 ระบุอายุ ๘๒ ปี ๘ เมษายน ๑๙ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบในวัน เดือน ปี พ.ศ.นั้น ด้านล่างเขียนคำว่า "จ.นครพนม"

เป็น 1 ในเหรียญ 4 รุ่นที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ จัดสร้าง มีพุทธคุณเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ทหารว่าโดดเด่นด้านแคล้วคลาดปลอดภัย ราคาเช่าหาบูชาเหรียญรุ่นนี้ ในปัจจุบัน เนื้อเงิน 5,000-6,000 บาท เนื้อนวโลหะ 3,000 บาท เนื้อทองแดงผิวไฟหลัก 1,000 ขึ้นแล้วแต่สภาพ ถือเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ออกแบบได้งดงาม น่าเก็บไว้สะสม
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญ หลวงพ่อแฉ่ง วัดปากอ่าวบางตะบูน รุ่นสร้างวิหาร

เหรียญ หลวงพ่อแฉ่ง วัดปากอ่าวบางตะบูน รุ่นสร้างวิหาร

"วัดปากอ่าว" เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในเขต อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำบางตะบูน จึงเรียกว่าวัด ปากอ่าว ส่วนตำบลแห่งนี้ที่ชื่อว่าบางตะบูน ด้วยอยู่บริเวณป่าชายเลน ใกล้บริเวณปากอ่าว มีต้นตะบูนจำนวนมาก วัดแห่งนี้เดิมชาวบ้านเรียกว่า "วัดนอก" คู่กับวัดปากลัด (ฝั่งตำบลบางตะบูน) ซึ่งเรียกว่า "วัดใน" มีหลักฐานการรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2452 ซึ่งอยู่ในปลายรัชสมัยที่ 5

เหรียญ หลวงพ่อแฉ่ง เจ้าอาวาสรูปแรก ชื่อ พระครูญาณสาคร (แฉ่ง สำเภาเงิน) เป็นพระที่มีความรู้ในการอ่าน เขียนภาษาไทยและภาษาขอมได้ดี

ชีวประวัติของหลวงพ่อแฉ่ง ได้อุปสมบทที่วัดปากลัด เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2442 มีพระอธิการคล้ำ วัดปากคลอง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการทรัพย์ วัดเขาตะเครา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการวัด ปากลัด เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ศีลปัญโญ"

หลวงพ่อแฉ่งได้ชักชวนชาวบ้านบางตะบูนให้ร่วมกันสร้างวัด ขึ้นใหม่ ที่ริมฝั่งชายทะเลด้านทิศตะวันออกของอ่าวบางตะบูน ซึ่งเป็นบริเวณป่าชายเลนที่มีน้ำท่วมถึง จนกลายเป็นวัดใหญ่ถาวร ใช้เวลาในการปรับปรุงถมที่ดินและก่อสร้างสิ่งต่างๆ เช่น อุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ เป็นเวลานาน 5 ปี จึงแล้วเสร็จ ขนานนามว่า "วัดปาก อ่าวบางตะบูน" และเป็นสถานที่ท่านจำพรรษา ตราบจนวาระสุดท้าย เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2506 สิริอายุได้ 86 พรรษา 64

ด้วยคุณงามความดีของหลวงพ่อแฉ่ง ทำให้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านในเมืองเพชรบุรี ดังนั้น พระครูสิริวัชรสาคร (บุญส่ง อตตทีโป) เจ้าอาวาสวัดปากอ่าวรูปปัจจุบัน ได้จัดสร้าง "เหรียญหลวงพ่อแฉ่ง รุ่นสร้างวิหาร" เพื่อให้ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อแฉ่ง ได้สักการบูชาติดตัวเป็นสิริมงคล

เหรียญหลวงพ่อแฉ่ง รุ่นสร้างวิหาร เป็นเหรียญรูปไข่ ไม่มีหูห่วง จำนวนการจัดสร้างไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน แต่มีจำนวนไม่มาก จัดสร้างเป็นเนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ เนื้อทองแดงรมดำ และเนื้อทองแดง

ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปหลวงพ่อแฉ่งครึ่งองค์ ด้านบนเขียนเป็นชื่อ "พระครูญาณสาคร(แฉ่ง สำเภาเงิน)" ด้านล่างใต้รูปเหมือน เขียนคำว่า "วัดปากอ่าวบางตะบูน" ด้านหลังเหรียญ เป็นยันต์เมตตา แคล้วคลาด ใต้ยันต์เขียนคำว่า "รุ่นสร้างวิหาร พ.ศ.๒๕๔๘"

เหรียญรุ่นดังกล่าว ประกอบพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ นิมนต์พระเกจิอาจารย์ทั้งสายใต้และสายเหนือ เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก โดยเฉพาะพระเกจิอาจารย์ในจังหวัดเพชรบุรี อาทิ หลวงพ่อตัด วัดชายนา, หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง เป็นต้น

หลังจากเสร็จพิธี คณะศิษย์ได้มาจับจองเช่าบูชาไปเกินกว่าครึ่ง ทำให้เหรียญรุ่นนี้เหลืออยู่ไม่มากนัก รายได้ทั้งหมดทางวัดนำไปจัดสร้างวิหารหลวงพ่อแฉ่ง

ครั้งหนึ่ง มีชาวบ้านที่เป็นชาวประมงเรือใหญ่ ออกหาปลานอกน่านน้ำไทย ถูกโจรพม่าจับกุมและถูกยิง แต่ปืนยิงไม่ออก ชาวประมงคนนั้นรอดชีวิตมาได้ เพราะได้อมเหรียญหลวงพ่อแฉ่งไว้ในปาก จนเป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ถือเป็นเหรียญพระใหม่อีกเหรียญที่มาแรง
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญ พระคันธารราษฎร์ หลวงพ่อโฉม ฐิติญาโณ วัดเขาปฐวี

เหรียญ พระคันธารราษฎร์ หลวงพ่อโฉม ฐิติญาโณ วัดเขาปฐวี

"หลวงพ่อโฉม ฐิติญาโณ" หรือ "พระครูอุทิศธรรมรส" เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ปัจจุบัน สิริอายุ 72 ปี พรรษา 51 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเขาปฐวี ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี หลวงพ่อโฉม ได้มีโอกาสศึกษาวิทยาคมจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมาย อาทิ หลวงปู่ธูป เจ้าอาวาสวัดเขาปฐวี, หลวงพ่อมา วัดมะพร้าวสูง, หลวงปู่เภา วัดถ้ำตะโก เป็นต้น

เหรียญ พระคันธารราษฎร์ หลวงพ่อโฉมเมื่อปี พ.ศ.2516 ตรงกับวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 โบราณถือว่าเป็นวันฤกษ์แข็ง เหมาะสำหรับการประกอบพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง ในครั้งนั้น นายอำเภอทัพทัน ได้มาขอให้หลวงพ่อโฉม ประกอบพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลในวันดังกล่าว โดยเชิญนายไพฑูรย์ เก่งสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ในสมัยนั้น เป็นประธานในพิธี

พระคณาจารย์ที่ร่วมนั่งปรก อาทิ พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา, พระอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ, หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน, อาจารย์ขาว วัดเขาอ้อ และอีกมากมาย ประกอบพิธีปลุกเสกในอุโบสถวัดเขาปฐวี ภายในถ้ำเขาปฐวี พิธีเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ไปจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

วัตถุมงคลรุ่นนี้ เรียกว่า "พระ คันธารราษฎร์" เป็นพระศิลปะแบบอินเดีย จีวรริ้ว ยกพระหัตถ์ประทานพร ทำจากเนื้อทองวรรณะเหลือง รมดำ มี 2 แบบ เป็นรูปลอยองค์มีกริ่ง สร้าง 8,000 องค์ และเป็นเหรียญรูปไข่ 30,000 เหรียญ

สำหรับเหรียญพระคันธารราษฎร์ วัดเขาปฐวี ปี 2516 ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ เนื้อทองวรรณะเหลืองรมดำ ขนาด 1.5x2.6 เซนติเมตร ด้านหน้าเหรียญ มีขอบรอบวง ยกซุ้มห่วง มีพระคันธารราษฎร์ ยกพระหัตถ์ประทานพร นั่งอยู่กลางเหรียญ ด้านซ้ายมือขององค์พระ มีพระอาทิตย์กำลังส่องแสงมีเมฆลอยอยู่ด้านข้าง

ด้านหลังเหรียญ มีขอบเพียงเล็กน้อย กลางเหรียญเป็นยันต์ห้า มีอักขระขอม "นะโม พุท ธายะ" กำกับด้วย อุณาโลม 3 ยอด ด้านล่างของยันต์ มีอักขระขอม "นะ อุ อะ มะ" ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล่างสุดมีตัวหนังสือเขียนว่า "พุ ทธาภิเศก วัดเขาปฐวี ๒๕๑๖"

กล่าวขวัญกันในหมู่แวดวงพระเครื่องวัตถุมงคลในเมืองอุทัยธานี ว่า เหรียญ พระคันธารราษฎร์ วัดเขาปฐวี ปี 2516 ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการจากบรรดานักสะสมและเซียนพระ ต่างพากันกะเก็งว่า วัตถุมงคลรุ่นนี้จะได้รับความนิยมสูง

ผู้ที่ห้อยเหรียญพระคันธารราษฎร์รุ่นนี้ ต่างมีประสบการณ์อัศจรรย์มากมาย ดังนั้น ผู้ที่นิยมสะสมเหรียญวัตถุมงคล ควรหามาไว้ในครอบครอง ด้วยเป็นเหรียญที่ราคาเช่าหายังไม่สูงเท่าใดนัก เหรียญสวยราคาเช่าหาจะอยู่ที่หลักพันต้น สวยน้อยราคาอยู่หลักร้อยกลาง

จัดเป็นเหรียญยอดนิยมอีกเหรียญหนึ่งของเมืองอุทัยธานี เหรียญรุ่นนี้ ยังพอมีเหลืออยู่บ้างที่วัดเขาปฐวี ผู้สนใจสามารถไปติดต่อขอเช่าบูชาได้ที่วัดเขาปฐวีเท่านั้น
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญ-เสือปั๊มรุ่นแรก หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว

เหรียญ-เสือปั๊มรุ่นแรก หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว

พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง "หลวงพ่อเพิ่ม" วัดป้อม แก้ว อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านได้เมตตา พระมหาวรากร ฐิตญาโณ และคณะศิษย์วัดบรรลือธรรม อนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคล เหรียญสตางค์สิบ พระขุนแผน พระนางพญา และเสือปั๊มรุ่นแรก

หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้วเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาและ ประชาชนทั่วไป ร่วมบุญบูชานำรายได้ก่อสร้างหมู่กุฏิสงฆ์วัดบรรลือธรรม ที่สร้างค้างคาอยู่ให้แล้วเสร็จ ซึ่งหลวงพ่อเพิ่มได้เมตตา เจิมบล็อกพระเป็นปฐมฤกษ์ และปลุกเสก ประจุพลังพุทธคุณให้อย่างเต็มที่

สำหรับเหรียญสตางค์สิบ หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้วนั้น เซียนพระสายอยุธยา สายนครปฐม และส่วนกลาง รวมทั้งนักนิยมพระใหม่ พระเก่า จากหลายสำนัก ต่างเสาะแสวงหากันจ้าละหวั่น คนละหลายสิบเหรียญ เพราะช่างแกะเหรียญได้สวยงาม เหมือนหลวงพ่อเพิ่มที่สุด อีกทั้งเชื่อถือในวัตรปฏิบัติ และเวทวิทยาคมของหลวงพ่อเพิ่ม และต่างคาดกันว่า อีกไม่นานเหรียญสตางค์สิบของหลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว คงจะมีค่านิยมไม่แพ้เหรียญสตางค์สิบของ หลวง ปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครปฐมที่มีค่านิยมอยู่หลักหมื่นปลายแสนต้น อย่างแน่นอน

ส่วนเสือปั๊มรุ่นแรก ที่ช่างแกะนำเสือปั๊มของหลวงพ่อวงศ์ วัดปริวาส ซึ่งเป็นเสือปั๊มโลหะที่มีราคาเช่าหาแพงที่สุดในยุคปัจจุบัน มาเป็นต้นแบบ แต่งพิมพ์เพิ่มเติม ปั๊มแบบตันทั้งตัวไม่เจาะรู ให้ดูมีเอกลักษณ์เป็นเสือปั๊มของหลวงพ่อเพิ่ม วัด ป้อมแก้ว จึงเป็นงานปั๊มโลหะที่ดูโบราณ เข้มขลัง ทรงพลัง มีอำนาจในตัว ยิ่งหลวงพ่อเพิ่มปลุกเสกให้อย่างเต็มที่ด้วย แล้ว นับได้ว่าเป็นเสือปั๊มโลหะยุคปัจจุบันที่น่าสะสมที่สุดเหรียญ-เสือปั๊มรุ่นแรก หลวงพ่อเพิ่ม

ในส่วนของ พระขุนแผน และ พระนางพญา จัดสร้างขึ้นทั้ง 3 เนื้อ ได้แก่ เนื้อผงรังต่อ, เนื้อผงชานหมาก และเนื้อผงธูปกรรมฐาน ถือเป็นพระเนื้อผงที่เป็นเอกลักษณ์แห่งยอดขุนพล และพระนางพญาเมืองกรุงเก่า สืบเนื่องมาจากหลวงปู่ทิม วัดพระขาว, หลวงปู่เอียด วัดไผ่ล้อม ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด และ ณ มงคลกาลครั้งนี้ หลวง พ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว เมตตา ปลุกเสกพระขุนแผนมอบให้สำหรับชายชาตรี และปลุกเสกพระนางพญามอบให้สุภาพสตรี และเด็ก เพื่อเป็นสิ่งมงคลคุ้มครองให้เกิดโชคดี มีลาภ และแคล้วคลาดปลอด ภัย

รายการวัตถุมงคลดังนี้


1.เหรียญสตางค์สิบขอบสตางค์ เนื้อเงินหลังเรียบ และหลังยันต์เหรียญรุ่นแรก สร้างอย่างละ 499 เหรียญ มีการตอกโค้ด และหมายเลขทุกเหรียญ เนื้อนวโลหะหลังเรียบ และหลังยันต์เหรียญรุ่นแรก สร้างอย่างละ 2,999 เหรียญ  ตอกโค้ด และหมายเลขทุกเหรียญ เนื้อทองเหลืองหลังเรียบ และหลังยันต์เหรียญรุ่นแรกสร้างอย่างละ 3,999 ตอกโค้ดทุกเหรียญ

2.เสือปั๊มรุ่นแรก เนื้อนวโลหะแก่เงิน สร้างจำนวน 1,999 ตัว ตอก 2 โค้ดทุกตัว เนื้อทองแดง สร้างจำนวน 2,999 ตัว ตอกโค้ดทุกตัว

3.พระขุนแผนรุ่นแรก เนื้อชานหมาก, เนื้อผงรังต่อ และเนื้อผงธูป ทุกองค์ กดโค้ดเป็นสำคัญ บรรจุตะกรุด 3 ดอก สร้างเนื้อละ 299 องค์ บรรจุตะกรุด 2 ดอก สร้างเนื้อละ 999 องค์  บรรจุตะกรุด 1 ดอก สร้างเนื้อละ 999 องค์

4.พระนางพญารุ่นแรก เนื้อชานหมาก, เนื้อผงรังต่อ และเนื้อผงธูป ทุกองค์กดโค้ดเป็นสำคัญ บรรจุตะกรุด 2 ดอก สร้างเนื้อละ 999 องค์ บรรจุตะกรุด 1 ดอก สร้างเนื้อละ 999 องค์
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา

เหรียญ หลวงปู่หนูหล้า ปัญญาโชโต วัดบ้านซำแฮด รุ่นแรก

เหรียญ หลวงปู่หนูหล้า ปัญญาโชโต วัดบ้านซำแฮด รุ่นแรก

"หลวงปู่หนูหล้า ปัญญาโชโต" หรือ "พระครูธรรโมภาษ ผดุงกิจ" อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านซำแฮด และอดีตเจ้าคณะตำบลบรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายวิปัสสนากัมมัฏฐานแห่งเมืองมหาสารคาม สืบสายธรรมจากหลวงปู่ต้น วัดบ้านดงเค็ง ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม บูรพาจารย์รุ่นเก่าของภาคอีสาน

เหรียญ หลวงปู่หนูหล้าหลวงปู่หนูหล้า เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2446 ณ บ้านหนองสิมใหญ่ อ.บรบือ อายุครบ 20 ปี ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดกลางกุดรัง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม โดยมีหลวงปู่ต้น วัดบ้านดงเค็ง เป็นพระอุปัชฌาย์

หลวงปู่หนูหล้า มรณภาพอย่างสงบ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2524 ด้วยโรคชรา สิริรวมอายุ 78 พรรษา 58 สำหรับ วัตถุมงคลของหลวงปู่หนู หล้าสร้างน้อยมาก แต่ที่เป็นสุดยอดปรารถนาของศิษยานุศิษย์คือ เหรียญรูปไข่รูปเหมือนหลวงปู่หนูหล้า รุ่นแรกสร้างปี 2519

สำหรับเหรียญหลวงปู่หนูหล้ารุ่นนี้ทางวัดจัดสร้างขึ้น เนื่อง ในวาระที่หลวงปู่หนูหล้าได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้น เอก ทางวัดได้แจกศิษยานุศิษย์ รวมทั้งแจกให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานเฉลิมฉลอง เป็นเหรียญทองแดงรมดำ จำนวนการสร้างประมาณ 5,000 เหรียญ

ลักษณะเป็นเหรียญมีหูห่วง ด้านหน้ายกขอบ ด้าน หน้าเหรียญ ตรงกลางเหรียญเป็นรูปเหมือนหลวงปู่หนูหล้าครึ่งองค์ หันหน้าตรง จากด้านซ้ายของเหรียญมีตัวหนังสือโค้งขึ้นไปด้านบนวนลงไปทางขอบเหรียญด้าน ขวา เขียนคำว่า "พระครูธรรโมภาษผดุงกิจ (หนูหล้า) วัดซำแฮด"

ส่วน ด้านหลังเหรียญ จะเป็นยันต์อักขระคล้ายหลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม แถวบนอ่านว่า "อุ อัง ทะ ปะ โย บู โอ ยัง โบปิ อะ อุ รือ" กลางเหรียญอ่านว่า "ฒา อิ ปิ ฒา อะ ตะ พัง ริ วัง ปุง ปัง โย มา เน" ส่วนด้านล่างเหรียญเขียนคำว่า "อ.บรบือ จ.มหาสารคาม" เป็นยันต์มหาลาภ ทั้งเมตตามหานิยม ป้องกันภัย แคล้วคลาด ฯลฯ

สำหรับเหรียญรุ่นนี้หลวงปู่หนูหล้าได้ประกอบพิธีพุทธา ภิเษกเดี่ยว ภายในอุโบสถตลอดพรรษา ด้วยความที่หลวงปู่มีพลังจิตที่แก่กล้า เจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์พุทธคุณจึงโดดเด่นรอบด้าน

ผู้ที่มีเหรียญหลวงปู่หนูหล้ารุ่นนี้ต่างมีประสบ การณ์มากมาย บางรายบูชาแล้วได้โชคลาภเป็นประจำ เหรียญหลวงปู่หนู หล้านับเป็นเหรียญดีอีกเหรียญหนึ่งของจังหวัดมหาสารคามที่มีอนาคต ไกล เนื่องจากได้รับการพุทธาภิเษกถึง 3 ครั้ง แต่ปรากฏว่าราคาเช่าหายังอยู่หลักร้อยต้นเท่านั้น หากเป็นเหรียญสวยๆ จะอยู่ที่หลักร้อยปลาย สวยน้อยลงมาราคาอยู่หลักร้อยต้น

แม้เหรียญนี้เพิ่งจัดสร้างออกมาเพียงไม่นาน แต่ปรากฏว่าบรรดาเซียนพระและนักนิยมสะสมพระเครื่องต่างเริ่มเสาะหา
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

เหรียญรุ่นสุดท้าย หลวงปู่คำพันธ์ วัดพระธาตุมหาชัย

เหรียญรุ่นสุดท้าย หลวงปู่คำพันธ์ วัดพระธาตุมหาชัย

"พระสุนทรธรรมกร" หรือ "หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ" อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลา ปาก จ.นครพนม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคอีสาน ที่มีวิชากัมมัฏฐานแก่กล้าเรืองวิทยาคม เล่นแร่แปรธาตุจนเลื่องชื่อ ได้รับสมญานามว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง"

เหรียญรุ่นสุดท้าย หลวงปู่คำพันธ์ ท่าน ได้รับแนวทางในการฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานจาก หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ในห้วงที่ท่านยังมีชีวิตได้สร้างวัดวาอาราม อุโบสถ โรงพยาบาล และโรงเรียนขึ้นหลายแห่ง ครั้นล่วงเข้าสู่วัยชราภาพ ท่านมีโรคประจำ ตัวรุมเร้า อาพาธนานหลายปี จนเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2546 เวลาประมาณ 01.59 น. ท่านได้ละสังขารลงอย่างสงบ สิริรวมอายุ 89 ปี พรรษา 59

กล่าวขานกันว่า วัตถุมงคลหลายรุ่นของหลวง ปู่คำพันธ์ มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ผู้ที่มีไว้ในครอบครองบูชา ล้วนไม่เคยลำบากหรือเดือดร้อน ไม่มีอุปสรรคเข้ามาแผ้วพาน ประสบโชคลาภเงินทองไหลมาเทมาผู้ที่มีวัตถุมงคลหลวงปู่คำพันธ์ ให้ จุดธูปบูชาอธิษฐานขอพร นำเหรียญหรือวัตถุมงคลไว้ในมือ สวดนะโม 3 จบ จะเกิดสิ่งดลใจให้สมความปรารถนาทุกประการ

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่หลวงปู่คำพันธ์จะมรณภาพไม่นาน ท่านได้นั่งภาวนาอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายจริงๆ คือ "เหรียญ หลวงปู่คำพันธ์ รุ่น พ.ศ.2546" จัดสร้างโดย พล.ต.สมศักดิ์ ถาวรศิริ ขณะครองตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการมลฑลทหารบกที่ 3 (ร.3 พัน 3) อุดรธานี เนื่องในโอกาสที่ระลึกครบรอบ 100 ปี กองพลทหารราบที่ 3 ได้ทำไว้แจกจ่ายให้แก่กำลังพลเป็นขวัญและกำลังใจ

เหรียญหลวงปู่คำพันธ์รุ่นดังกล่าว จัดสร้างเป็นเหรียญรูปไข่ ไม่มีหูห่วง ประกอบด้วย เนื้อทองคำ 4 เหรียญ เนื้อเงิน 199 เหรียญ เนื้อทองเหลือง 300 เหรียญ และเนื้อทองแดง 10,000 เหรียญ ด้านหน้าเหรียญ มีรูปเหมือนหลวงปู่คำพันธ์หน้าตรงครึ่งองค์ เหรียญรุ่นนี้มีความหนา 4 มิลลิเมตร ด้านล่างจากขอบไหล่ด้านซ้ายถึงจีวรด้านขวา สลักตัวหนังสือนูน "หลวง ปู่คำพัน โฆสปัญโญ"

ด้านหลังเหรียญ ครึ่งวงรีสลักตัวหนังสือคำว่า "ที่ระลึกครบรอบ ๑๐๐ ปี" ขั้นกลางมีตรากงจักร และสลักวันเดือนปีที่สร้าง "๑๓ เมษายน ๒๕๔๖" ตรงกลางเหรียญมีตราสัญลักษณ์ของกองพลทหารราบที่ ๓ พร้อมคำขวัญระบุว่า "พลีชีพ พิทักษ์ชาติ"

ลักษณะเด่นของเหรียญรุ่นนี้ มีความหนาพิเศษ โดยเฉพาะรูปเหมือนหลวง ปู่คำพันธ์จะนูนสวยลอยองค์ จมูกไม่แบน และสวยที่สุดของเหรียญรูปไข่เท่าที่จัดสร้างมา ข้อสังเกต ถ้าเป็นของเก๊เหรียญจะพร่ามัว แต่ถ้าเป็นเหรียญแท้จะมีเส้นรัศมี

เหรียญรุ่นนี้ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านแคล้วคลาดสูง คือ ปกปักรักษา และมหาโชคมหาลาภ การเช่าหาบูชาเหรียญ เนื้อทองคำอยู่ที่ 300,000 บาท เนื้อเงิน 12,000-15,000 บาท เนื้อทองเหลือง 4,000-5,000 บาท และเนื้อทองแดงหลักพัน-พันกลาง ขึ้นอยู่ตามสภาพการใช้งานเป็นเหรียญหลวง ปู่คำพันธ์รุ่นสุดท้ายที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงและได้รับ ความนิยมสูงในขณะนี้
แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์นี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลให้เช่าบูชา